โดยปกติแล้วเมื่อเราเจออากาศร้อนๆ ก็มักจะไปหาอะไรเย็นๆ ดื่มเพื่อคลายร้อน แต่หากเพื่อนๆ ได้อ่านเรื่องราวต่อไปนี้อาจจะทำให้ความคิดเปลี่ยนไปเลยก็ได้…

เรื่องมีอยู่ว่านาย Adam Schaub จากเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดช็อกหมดสติหลังจากที่ดื่มน้ำเย็นจัดเพื่อแก้ร้อนจากการทำงานกลางแจ้ง

ตามรายงานระบุว่าเขาทำงานกลางแจ้งกับคุณพ่อ 2 คนในอุณหภูมิที่สูงถึง 37 องศาเซลเซียส จนใบหน้าของเขามีสีชมพูเพราะความร้อน

 

 

จากนั้นคุณพ่อก็บอกให้ Adam ไปพักสักหน่อย เขาก็เลยเดินไปหยิบขวดน้ำเย็นมาดื่มเพื่อดับร้อน ก่อนที่จะกลับไปทำงานอีกครั้ง

หลังจากที่ทำไปได้สักพักเขาก็เดินเข้าไปนั่งในรถเพื่อแช่แอร์ แล้วดื่มน้ำเย็นเข้าไปอีกขวด และแล้วในตอนนั้นเองที่เขาเริ่มรู้สึกถึงความ ‘แปลกประหลาด’

“ผมเริ่มเห็นจุดต่างๆ จากนั้นก็รู้สึกว่าท้องไส้กำลังปั่นป่วน และมือของผมก็เริ่มชา” Adam เล่า

“ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะอาเจียนเลยเปิดประตูรถออกมา และพอรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าหน้าของผมฟาดลงไปที่พื้นแล้ว พ่อของผมเห็นเหตุการณ์ก็เลยวิ่งเข้ามาช่วยพลิกตัวของผมขึ้น พ่อบอกว่าตอนนั้นตาของผมเหลือกขึ้นไปด้านบน และไม่ได้สติไป 2-3 นาที”

 

 

คุณพ่อได้โทรแจ้งรถพยาบาล และเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาแจ้งว่าการดื่มน้ำเย็นในขณะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงอาจจะทำให้ร่างกายของเราช็อกได้ และมันจะเหมือนกับว่าคุณถูกน็อกเอาต์โดยไมค์ ไทสันเลยทีเดียว!!

ทางด้านคุณหมอ Sarah Jarvis ผู้อำนวยการของหน่วยให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วย ได้ให้ข้อมูลว่า นี่เป็นอาการที่คล้ายกับ ‘Ice cream head’

“ถ้าคุณดื่มอะไรเย็นๆ เข้าไปอย่างรวดเร็ว ความเย็นที่อยู่บนเพดานปากของคุณจะมีความเชื่อมโยงกับระบบประสาทที่อยู่ในบริเวณนั้น”

“มันจะทำให้เกิดการหดตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จะทำให้เส้นเลือดเล็กๆ ในเนื้อเยื่อขยายตัวออก จนทำให้เกิดอาการเจ็บปวดที่บริเวณหน้าผาก เพราะระบบประสาทดังกล่าวเชื่อมโยงกันกับเส้นประสาทที่อยู่บนหน้าผาก”

 

 

“แต่ในกรณีของหนุ่มคนนั้นเขาเกิดอาการหน้ามืดเป็นลม ซึ่งเกิดมาจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง”

“จากเหตุการณ์นี้จึงสรุปได้ว่าเราไม่ควรที่จะดื่มของเหลวเย็นๆ เร็วเกินไปในขณะที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูง เพราะอาจจะทำให้หมดสติได้ ทางที่ดีที่สุดคือควรดื่มน้ำที่มีอุณหภูมิห้องแทน”

 

แหม่ หลังจากนี้ไปคงต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่ซะแล้วล่ะ ยิ่งบ้านเราอากาศร้อนกว่านี้เยอะซะด้วย!!

 

ที่มา : ladbible

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...