สามีหลายๆ คนอาจเคยรู้สึกกังวลและไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่นัก กับการที่ศรีภรรยาสุดที่รัก “แอบติด GPS ติดตามตัว” เอาไว้ในรถ ทำเอาบางครั้งก็แอบรู้สึกน้อยใจที่พวกเธอดูเหมือนไม่ไว้ใจเราเลย T T

แต่อย่าเพิ่งเศร้าไป เพราะบางครั้งพวกเธอก็อาจทำไปด้วยความห่วงใย แถมยังอาจได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ในเวลาที่ไม่คาดคิด เช่นเดียวกันกับสองสามีภรรยาคู่นี้

 

การรายงานข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ข่าวเที่ยงช่องวัน

 

เหตุการณ์ที่ว่านี้เกิดขึ้นในช่วงกลางดึกวันที่ 14 พ.ค. 2019 ณ จังหวัดอุบลราชธานี ในตอนนั้น น.ส.ปิยะนุช พาแก้ว และ นายวุฒิไกร สังขรมย์ สามีของเธอกำลังง่วนอยู่กับการทำธุระอยู่ภายในบ้าน

ท่ามกลางความมืดมิดในยามค่ำคืนนั้น ทั้งคู่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้แอบมีมือดีย่องเบาเข้าบ้าน ก่อนจะแอบขึ้นไปบนรถกระบะอีซูซุ ดีแม็ก สีบรอนซ์เงิน ของคุณสามีแล้วขับออกไปหน้าตาเฉย

 

 

เหวอสิครับงานนี้ คือพอได้ยินเสียงและเห็นผ่านๆ ว่ารถถูกขโมยไปจากบ้าน คู่สามีภรรยาก็พากันงงว่า “เฮ้ย เอารถออกไปได้อย่างไร?!” ในเมื่อกุญแจยังวางไว้อยู่ในบ้านอยู่เล้ย!!

ตัดคำถามเรื่องกุญแจไปก่อน เพราะ ณ ตอนนั้นทั้งคู่ต่างพากันตกใจเป็นอย่างมาก ลองคิดว่าถ้าเราเป็นคุณสามี เราก็คงจะอยากตะโกนออกมาเลยว่า “เชี๊ยยยย รถตรู!!”

 

 นายวุฒิไกร และ น.ส.ปิยะนุช

 

แต่ในขณะที่คุณสามีพยายามออกไปตามหารถอยู่นั้น น.ส.ปิยะนุช กลับสามารถตั้งสติขึ้นมาได้ ฟื้นความทรงจำของตัวเองจนนึกได้ว่า “ก่อนหน้านี้ฉันเคยแอบเอา GPS ไปติดไว้ในรถสามีนี่นา”

สบายเลยครับงานนี้ ทางฝั่ง น.ส.ปิยะนุช จึงจัดการเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คดูว่าตอนนี้เราของคุณสามีไปถึงไหนแล้วน้า เมื่อพบพิกัดแล้วเธอก็โทรตามตำรวจ ก่อนที่จะยืนสวยๆ รอการช่วยเหลืออยู่ที่บ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาถึงบ้านของทั้งสองคน ก่อนที่จะติดตามพิกัด GPS จากมือถือของคุณภรรยาไป และได้พบกับรถกระบะคันงามจอดไว้ในบ้านร้างหลังหนึ่ง ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี

 

รถกระบะจอดทิ้งไว้ ถูกถอดป้ายทะเบียนหน้า-หลัง

 

งานนี้ดูแล้วทางฝั่งคุณสามีคงต้องขอบคุณศรีภรรยาแล้วล่ะนะที่แอบติด GPS ไว้ก่อนหน้านั้น ซึ่งทาง น.ส.ปิยะนุช ก็ให้เหตุผลว่า “ติดเอาไว้กันผัวหนีเที่ยวไปดื่มสุรา จะได้รู้ว่าอยู่ไหน ไปตามตัวถูก”

 

 

เมื่อเจอรถที่ถูกขโมยไปแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียง ทำให้เห็นว่าคนร้ายได้นำรถมาจอดไว้ ก่อนที่จะลงมาแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านหลังฝั่งตรงข้าม

 

 

ตำรวจจึงเข้าไปตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวดูก็พบว่า นายสมชาย (นามสมมุติ) และ นางสมหญิง (นามสมมุติ) ได้ออกมายืนยันตนว่าเป็นเจ้าของบ้าน

ความพีคกว่านั้นก็คือ นายสมชาย นั้นเป็นเซลล์ที่ขายรถคันนี้ให้กับ นายวุฒิไกร เมื่อปีก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาจำได้ว่าได้รับกุญแจมาจาก นายสมชาย เพียงแค่ดอกเดียวเท่านั้นเอง ไม่มีกุญแจสำรองให้มาด้วย

ด้วยเหตุนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่า นายสมชาย จะเป็นคนเก็บกุญแจไว้และนำมาใช้ก่อเหตุโจรกรรมในครั้งนี้

 

 

เบื้องต้นทั้ง นายสมชาย และ นางสมหญิง ยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงยังไม่ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ และจะยังคงสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

 

ที่แน่ๆ งานนี้คงต้องขอขอบคุณศรีภรรยาจากใจจริง

ว่าแล้วก็ขอลองแอบไปดูก่อนดีกว่าว่ามี GPS แอบติดไว้ที่รถหรือเปล่า

(อ่อ ลืมไป #เหมียวตะปู ยังไม่มีเมียนี่นา… เศร้าจุ๊บ)

 

ที่มา: one31

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...