ชาวอังกฤษบ่นโดนัลด์ ทรัมป์ ทำตัวไม่เหมาะสม ไม่เคารพราชินี หลังมีการไปเยือนประเทศ

ดูเหมือนว่าการไปเยือนประเทศอังกฤษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีแห่งประเทศสหรัฐอเมริกานั้น จะได้รับผลตอบรับที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนักจากทางประชาชนชาวอังกฤษ

เพราะนอกจากจะมีการชุมนุมประท้วงการมาของเขาแล้ว จากการเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 นายโดนัลด์ ทรัมป์ก็ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ากระทำการอัน “ไม่เหมาะสม” และ “ไม่เคารพ” ต่อพระราชินีของชาวอังกฤษอีกด้วย

 

 

โดยเรื่องแรกที่ชาวอังกฤษไม่พอใจ ดูเหมือนว่าจะเป็นการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ปล่อยให้สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธยืนค่อยขบวนรถของเขานั่นเอง

 

องค์ราชินี ทรงยืนรอมานานกว่า 10 นาทีแล้ว

 

แม้ว่าขบวนรถของนายโดนัลด์ ทรัมป์จะมาถึงตามกำหนดการก็ตาม แต่เหล่าประชาชนก็มองว่าการให้สมเด็จพระราชินีที่มีพระชนมายุ 92 พรรษาแล้วต้องทรงยืนรอนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

นอกจากนี้ชาวอังกฤษยังบอกอีกว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์นั้นไม่มีการโค้งคำนับองค์ราชินีในเวลาที่เข้าเฝ้า อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์จากทีมข่าวแล้วว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ได้โค้งคำนับองค์ราชินีแล้วจริงๆ แม้ว่าจะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม

 

วิดีโอภาพยืนยันจาก The Mirror

 

มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่สังเกตว่าทรัมป์ ไม่คิดจะช่วยจับมือองค์ราชินีในขณะที่ลงบันไดเลย

 

แต่สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะทำให้ชาวอังกฤษไม่พอใจที่สุดนั้น เป็นการที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ “เดินนำ” องค์ราชินี ในขณะที่ทั้งคู่เดินตรวจแถวทหารและ “บดบัง” องค์ราชินีเสียจนมิด

 

หยาบคาย หยาบคาย หยาบคาย หยาบคาย!!

 

เพราะว่าในสมัยก่อนนั้นมีความเชื่อที่ว่าผู้น้อยไม่ควรหันหลังให้แก่เบื้องสูง ดังนั้นการกระทำของโดนัลด์ ทรัมป์จึงถูกมองว่าไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนออกมาบอกว่า แท้จริงแล้วองค์ราชินีทรงให้นายทรัมป์เดินนำหน้าไปเองต่างหาก

 

องค์ราชินีทรงทำเหมือนกำลังฝึกสุนัขตัวหนึ่ง ขณะที่ทรัมป์พยายามเรียนรู้ที่จะเดิน

(นี่เป็นความเห็นส่วนตัวของคนคนหนึ่ง โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม)

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สามารถมองได้ว่าเกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจและความแปลกต่างทางวัฒนธรรมได้ เนื่องจากประเทศสหรัฐอเมริกาไม่มีกษัตริย์เหมือนอังกฤษ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายเสียงที่คิดว่า มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงความไม่คิดจะปรับตัวให้เข้ากับสังคมที่ตนไปเยือนได้เช่นเดียวกัน

 

ที่มา metromirrorvanityfair

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....