การบริจาคเลือดเป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่คนใจบุญชอบไปทำกัน เนื่องจากเลือดของเราสามารถช่วยชีวิตคนอื่นได้ในยามฉุกเฉิน การไปบริจาคเลือดจึงเหมือนการได้ทำบุญแบบอ้อมๆ ไปด้วย

ถึงเราจะคุ้นเคยกับบริจาคเลือดของคนดีแล้ว แต่คงมีไม่กี่คนที่รู้ว่าสุนัขก็บริจาคเลือดได้ด้วยเช่นกัน ลองไปฟังเรื่องราวจากหญิงที่พาสุนัขไปบริจาคเลือดเป็นประจำดูดีกว่า เราจะได้รู้ว่าการบริจาคเลือดสุนัขมันเป็นยังไง

 

 

Chrissa เป็นเจ้าของน้องหมา Milo เธอเคยพามันไปบริจาคเลือดมาก่อนแล้ว เธอจึงแค่ทำการนัดหมายกับทางคลินิกไม่มากก่อนจะพามันไปตรวจสุขภาพ และบริจาคเลือดเท่านั้น

แต่ถ้าสุนัขของคุณยังไม่เคยทำการบริจาคเลือดล่ะก็ อาจจะต้องให้น้องหมาไปลงทะเบียน แล้วค่อยให้รับการตรวจร่างกาย ตรวจโรคและกรุ๊ปเลือดซะก่อน ถ้ามันแข็งแรงมากพอถึงจะสามารถบริจาคเลือดได้

 

 

คลินิกที่เธอพาเจ้าหมาไปบริจาคเลือดจะให้ขนมเป็นรางวัลกับเจ้าหมาก่อนที่มันมาทำความดี จากนั้นจึงจะค่อยพามันไปนอนบนเตียงเพื่อเจาะเลือด

โชคดีที่เจ้าหมามันไม่กลัวคุณหมอ มันก็เลยไม่ได้ขัดขืนมากนัก สำหรับครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่มันมาบริจาคเลือด คุณหมอเลยต้องให้ยากล่อมประสาทเบาๆ มันจะได้ไม่ดิ้นมาก ถ้ามันมาบ่อยกว่านี้จนชินแล้วต่อไปก็ไม่ต้องใช้ยาอีก

 

 

ให้ยากล่อมประสาทนิดนึงนะ จะได้ไม่ดิ้นมาก

 

การบริจาคเลือดของเจ้าหมาจะใช้เข็มเจาะเข้าไปตรงบริเวณใต้คอ โดยจำเป็นจะต้องโกนขนตรงนั้นออกก่อนเพื่อให้ง่ายต่อการเจาะเข็ม และก็เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหมาเอง

หลังจากเจาะเลือดเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่เข้าตอนรอให้เลือดเต็มถุงเหมือนของคนเราเลย โดยจะช้ารึเร็วก็ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละตัว ส่วนเจ้า Milo ใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้นเนื่องจากมีสุขภาพแข็งแรงดี

 

 

เจาะเลือดเสร็จก็แค่รอให้เลือดเต็มถุง

 

รอแป๊บเดียวเลือดก็เต็มถุงแล้ว เก่งมากเลยเจ้าตูบ

 

สัตวแพทย์บอกว่าเลือดสุนัขขนาดใหญ่หนึ่งถุง สามารถช่วยเหลือสุนัขขนาดใหญ่ตัวอื่นได้ถึง 4 ตัวเลยทีเดียว และถ้าใช้ช่วยเหลือสุนัขขนาดเล็กก็จะได้มากถึง 12 ตัว

นอกจากเลือดจะถูกนำไปช่วยเหลือหมาที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว มันยังช่วยหมาที่เป็นโรคเลือดจางหรือมะเร็งซึ่งจำเป็นต้องได้รับการถ่ายเลือดได้อีก เห็นไหมล่ะว่ามีประโยชน์มากๆ เลย

 

 

พอบริจาคเลือดเสร็จแล้วคุณหมอก็ให้รางวัลเจ้า Milo อีกหนึ่งครั้งด้วยอาหารกระป๋องคุณภาพดี เอาให้เด็กดีอย่างมันกินจนจุใจไปเลย

แต่เรื่องให้ขนมกับเจ้าหมานี่เป็นของรางวัลที่แต่ละคลินิกให้ต่างกันนะ บางที่ก็มีให้ หรือบางที่อาจจะไม่มีให้เลยก็ได้ อย่าไปคาดหวังกับเรื่องพวกนี้ล่ะ

 

 

หลังจากกลับมาบ้านเจ้า Milo ก็จะเพลียหน่อยๆ จำเป็นต้องงีบหลับเอาแรงไปไม่ต่างจากคนเลยทีเดียว แต่เหนื่อยแค่นี้เทียบกับการได้ช่วยหมาอีกหลายตัวก็ถือว่าคุ้มค่า

 

 

อย่าลืมนะว่าก่อนจะพาน้องหมาไปทำบุญหรือสร้างประโยชน์ น้องหมาของคุณต้องได้รับการตรวจว่าแข็งแรงซะก่อนนะ ถ้าเจ้าหมาไม่พร้อมแล้วพามันไปบริจาคเลือด อาจจะป่วยเอาทีหลังก็ได้ แบบนั้นก็จะเดือดร้อนเราซะเอง

 

ที่มา: boredpanda

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...