เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2018 เจ้าหน้าที่ได้และผู้สื่อข่าวท้องถิ่นได้รายงานว่า น.ส. พรธิดา ทุนดี วัย 25 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ และแฟนหนุ่มวัย 28 ปีชาวอิหร่าน ได้เดินทางมาร้องเรียนเพื่อทวงสิทธิ์ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลบางละมุง

 

น.ส. พรธิดา และแฟนของเธอ

 

น.ส. พรธิดา เล่าว่า ตนเองได้พาแฟนหนุ่มซึ่งมีอาการเจ็บหูไปติดต่อขอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลดังกล่าว แต่เมื่อได้เข้าพบแพทย์และอธิบายไปว่าแฟนหนุ่มของตัวเองมีอาการเจ็บหู

เธอเล่าเหตุการณ์ว่า แทนที่จะได้รักษา แพทย์คนนั้นกลับพูดว่า “ใกล้ตายไหม? ที่นี่ห้องอุบัติเหตุ ถ้าไม่ใกล้ตายก็ไม่ต้องมา มีอินเตอร์เน็ตไหม? ไปเปิดดูว่าห้องอุบัติเหตุใช้ในกรณีใด”

หญิงสาวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดในลักษณะนี้ออกมาจากปากแพทย์ และสุดท้ายแฟนของเธอก็ไม่ได้รับการรักษาแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่ต้องนั่งรอคิวอยู่นานถึง 2 ชั่วโมง

 

 

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวหลายสำนักก็ได้เดินทางไปสอบถามยังโรงพยาบาลบางละมุงเกี่ยวกับข้อเท็จจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น

ทว่ากลับไม่มีใครสามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากแพทย์คนนั้นออกเวรกลับที่พักไปก่อนแล้วและยังคงไม่สามารถติดต่อได้ โรงพยาบาลจึงไม่อาจชี้แจงเรื่องราวใดๆ

ทางด้านแฟนหนุ่มที่มีอาการเจ็บหู ทางโรงพยาบาลได้ทำเอกสารให้เข้ารับการรักษาอีกครั้ง แต่หญิงสาวเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในการรักษาของโรงพยาบาลแห่งนี้ เธอจึงตัดสินใจพาแฟนไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอื่น

 

 

ฉะนั้นแล้วจึงยังไม่มีการอธิบายใดๆ ว่า แพทย์พูดออกมาอย่างนั้นด้วยเหตุผลใด ซึ่งหากคำพูดของเขามาในลักษณะนี้จริงๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ควรจะให้เป็นคำแนะนำหรือการอธิบายมากกว่าการต่อว่าคนไข้

 

ที่มา: workpointnews , sanook

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...