สรุปประเด็น รถหรูเข็นรถของผู้พิการออก เพื่อแย่งที่จอดในห้าง ทุกฝ่ายรู้สึกผิดและขอโทษ

เมื่อไม่นานมานี้ เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ จากกรณีที่มีคู่หนุ่มสาวได้เข็นรถที่จอดอยู่ในช่องคนพิการก่อนแล้วออกมา และนำรถยนต์ Ford Mustang ของตนเข้าไปจอดแทน

 

คลิปเหตุการณ์จากเพจบิ๊กเกรียน

 

หลังจากจอดรถเสร็จคู่หนุ่มสาวก็ถูกถ่ายวิดีโอเอาไว้โดยเจ้าของรถที่โดนเข็นออกมา และนำมาแชร์ผ่านเพจ “พัทยา-รู้ยัง” พร้อมกับโพสต์ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ เนื่องจากตนเป็นคนพิการจริงๆ แต่คู่หนุ่มสาวดูปกติดี ทำไมถึงทำอย่างนี้

 

 

ใจความจากโพสต์ระบุว่า…

“จอดรถอยู่ดีๆก็โดนดึงออก หนูเป็นคนพิการ มาเที่ยวกับเพื่อน จอดรถไว้ที่คนพิการ แล้วก็ไปกินข้าว ที่นั่งกินข้าวก็จะเห็นรถของหนูที่จอดพอดี พอดีข้าวเสร็จกำลังจะไปทำธุระต่อ

หันไปที่จอดรถก็เห็นว่า รถของหนูถูกดึงออกมา จอดกลางถนน แล้วมีรถราคาแพงมาจอดแทน คนที่ลงจากรถมาเป็นคนปกติ #คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้ #อยากพิการเหมือนหนูเหรอคะ”

 

จากนั้นพัทยานิวส์ ได้ไปสอบถามเจ้าของรถที่ถูกเข็นรถออกมา ได้ทราบชื่อว่า นางสาวกมลวรรณ (น้องแบม) โดยเจ้าตัวเผยว่าถาม รปภ. ก่อนแล้วและได้รับอนุญาตให้จอดได้ จึงจอดรถและขึ้นไปกินข้าวบนห้างสรรพสินค้า

 

 

โดยระหว่างที่กินข้าวอยู่เผอิญว่าสามารถมองลงมาที่ตนจอดรถได้ จึงเห็นกับตาว่ารถของตนถูกเข็นออกมาและมีรถหรูเข้าไปจอดแทน แต่ถ่ายวิดีโอในช่วงแรกไม่ทัน

น้องแบมทิ้งทายว่าตนรู้สึกเสียใจมาก อย่าทำแบบนี้กับคนพิการอีกเลย เพราะพวกเขาเป็นคนส่วนน้อยในสังคม และยังไม่มีสิทธิ์อะไรมากมาย

 

.

 

ในวันที่ 20 ก.พ. 62 ทางห้าง Terminal 21 Pattaya ได้ออกหนังสือแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และทางห้างก็ได้ตักเตือนและลงโทษเจ้าหน้าที่ไปแล้ว

 

 

บทสรุปสุดท้าย เมื่อวันช่วงคืนวันที่ 20 ก.พ. 62 พัทยานิวส์ได้รายงานว่า เจ้าของรถหรู พร้อม รปภ. ผู้ทำหน้าที่ในวันดังกล่าว และตัวแทนผู้บริหารศูนย์การค้า ได้เดินทางมาขอโทษน้องแบมและยอมรับผิดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทางด้านรปภ. ยอมรับว่าตนเป็นคนนำรถของน้องแบมออกมา และให้รถหรูเข้าไปจอดในช่องจอดรถคนพิการเอง ซึ่งตนก็รู้สึกผิดต่อการกระทำเป็นอย่างมาก

 

.

 

ทางด้านเจ้าของรถหรูก็เผยว่าตนเองมักง่ายและรู้สึกผิดเช่นกัน เพราะเมื่อรปภ.โบกก็เข้าไปจอดโดยไม่ได้คิดถึงผลที่จะตามมา

น้องแบมกล่าวว่าไม่ได้ติดใจอะไร ไม่คิดว่าเรื่องจะกระจายไปรวดเร็วขนาดนี้เมื่อแชร์ลงบนโซเชียล และอยากให้เรื่องทั้งหมดจบลงด้วยดี

 

 

ที่มา: แบม ป่วงคัก, 77khaodedpattaya news

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....