กลับมาสร้างเสียงหัวเราะกันอีกแล้ว สำหรับภาพยนตร์ของเหล่ามินเนียน ที่ภาคนี้ขอฉายเดี่ยวในชื่อว่า Minions ซึ่งหากว่ากันตามจริงแล้วใน Despicable Me 2 พวกมินเนียนก็เด่นเกินหน้าเกินตาพระเอกของเราอย่าง Mr.Gru อยู่แล้ว ในภาคนี้หนังจะเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 42 ปีก่อนที่เหล่ามินเนียนจะมาเจอกับพระเอกในภาคแรก

 

แต่ก่อนที่เราจะไปชมพวกมันเล่นมุกตลกโปกฮากันในโรงภาพยนตร์ วันนี้แอดเหมียวขอพาเพื่อนๆไปอุ่นเครื่องกับ 15 เกร็ดจากภาพยนตร์กันก่อนดีกว่า หากพร้อมแล้วไปดูกันเลยจ้า

 

1. หนังเรื่องนี้กำกับโดย2ผู้กำกับ Kyle Balda และ Pierre Coffin และเสียงของเหล่ามินเนียนที่คุณได้ยินทั้งหมดในเรื่อง ก็เป็นผลงานการพากย์ของ Pierre ทั้งหมดเลย โดยเขาให้เสียงมินเนียนไปมากกว่า 899 ตัวทีเดียว

1

 

2. ในหนังทุกเรื่องที่เหล่ามินเนียนปรากฏตัว คุณจะได้ยินมันพูดว่า “ขอบคุณ” ในหลายๆภาษา ยกตัวอย่างเช่น “terima kasih” เป็นการขอบคุณในภาษาอินโดนีเซีย หรือ “gracias” เป็นการขอบคุณแบบสเปน

2

 

3. เหตุการณ์ในหนังภาคนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 1968 หรือก็คือ 42 ปีก่อนหน้าที่พวกมันจะได้เจอกับ Mr.Gru นั่นเอง และหากคุณนำเอา 1968+42 ก็จะได้เลขปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่หนังเรื่อง Despicable Me เข้าฉายครั้งแรกนั่นเอง

3

 

4. หากคุณสังเกตดูดีๆ เจ้ามินเนียน Bob มีดวงตาสองสีด้วยนะหรือที่เรียกแบบเป็นทางการว่า “Heterochromia iridum”

4

 

5. ตัวละครมินเนียน 3 ตัวที่เป็นตัวละครหลัก ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกับลูกสาวของ Mr.Gru ทั้ง 3 คน ทั้ง Margo, Agnes และ Edith นั่นเอง

5

 

6. (สปอยล์เล็กน้อย) ในตอนจบของหนัง Stuart ได้เล่นกีต้าร์เพลง “Eruption” ของ Van Halen ซึ่งเพลงนี้ถูกปล่อยออกมาเมื่อปี 1978 ทั้งๆที่เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในปี 1968 นั่นหมายความว่าพวกมินเนียนเป็นคนคิดค้นเพลงนี้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริงๆซะอีก

6

 

7. ในหนังเรื่องนี้ได้ Sandra Bullock นักแสดงสาวสุดฮามาร่วมพากย์เสียงเป็นตัวละคร Scarlett Overkill ด้วย และนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอ ที่ต้องสวมบทบาทเป็นตัวร้าย

7

 

8. ในตัวอย่างแรกของหนังที่ถูกปล่อยออกมา มีภาพหนึ่งที่ตัวมินเนียนหยิบกล้วยขึ้นมาจากใต้ก้อนหิน และพูดว่า “C’est Banana, Miam Miam!” ในภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “นั่นกล้วย อร่อย!!”

10

 

9. ในหนังภาคแรก ผู้กำกับคิดค้นภาษาเฉพาะที่จะให้เหล่ามินเนียนใช้พูดกัน ภาษานั้นมีชื่อว่า “minion-ese” เป็นภาษาที่เมื่อพูดรวมกันแล้วจะไม่มีความหมาย โดยนำคำจากหลายๆภาษามาผสมรวมกัน(มีภาษาไทยด้วยนะเออ)

9

 

10. ในตอนแรกหนังวางเรื่องไว้ว่าเหล่ามินเนียนจะมีลักษณะคล้ายกับคนมากกว่านี้ แต่เนื่องจากสตูดิโอไม่มีเงินมากพอ พวกมันจึงกลายเป็นตัวสั้นๆเล็กๆไป

00

 

11. ในหนังภาคแรกที่ Mr.Gru ต้องไปรับเด็กๆมาเลี้ยง และได้เจอกับ Ms.Hattie เขาได้ชมเธอเป็นภาษาสเปนว่า “como un burro” ซึ่งจริงๆแล้วมันมีความหมายว่า “เหมือนลาเลย”

11

 

12. ในภาค 2 ช่วงที่เหล่ามินเนียนต้องยิงปืนตดเพื่อสรรเสริญให้แก่ Dr.Nefario พวกมันพูดว่า “Pado” ซึ่งแปลว่าตดนั่นเอง

0

 

13. ตัวละครมินเนียนได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเม็ดยา

13.

 

14. Javier Bardem เคยถูกทาบทามให้มาร่วมให้เสียงพากย์ในหนังภาค 2 ด้วย แต่เขาก็ปฏิเสธไป

14

 

15.ในภาค 2 ก่อนที่มินเนียนจะดื่มเซรุ่มสีม่วงเข้าไป พวกมันพูดว่า ‘kampei’ ซึ่งในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายว่า “ดื่ม” หรือ “หมดแก้ว”

15

 

Minnions เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตประหลาดสีเหลือง ที่มีความฝันอยากจะเป็นลูกสมุนของสุดยอดวายร้ายของโลก(ฝันใหญ่มาก) แต่ไม่ว่ามันจะไปเข้ากับแก๊งค์ไหน หัวหน้าก็ตายหมด ทั้ง T-rex กองทัพทหาร หรือแม้แต่แดร็กคูล่า ทำให้พวกมันแยกตัวไปอยู่แอนตาร์กติกาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ชีวิตที่ไม่มีเจ้านาย มันก็น่าเบื่อเกินไปสำหรับพวกมันล่ะ พวกมันจึงได้ออกเดินทางตามหาเจ้านายใหม่นั่นเอง

 

หนังจะเข้าฉายจริงในวันที่ 9 กรกฎาคม แต่บางที่ก็เริ่มฉายให้ชมกันแล้ว แฟนๆติดตามข่าวสารกันให้ดีๆนะจ๊ะ

ที่มา imdb

เรียบเรียงโดย Catdumb

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด