เปิดคดี Gypsy Rose เด็กหญิงที่ถูกบังคับ ‘ป่วยมะเร็ง’ ฆาตกรรมแม่ตัวเอง หลังถูกใช้หากินจากความสงสาร

โศกนาฏกรรมภายในครอบครัวถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ฆ่าลูก หรือ ลูกลงมือฆ่าพ่อแม่ แต่ทุกการกระทำมักจะมีสาเหตุของมันเสมอ

เช่นเดียวกันกับคู่แม่ลูกคู่หนึ่งนามว่า Dee Dee Blanchard และ Gypsy Rose Blanchard ที่ลูกสาวได้ตัดสินใจฆาตกรรมแม่ของตนเอง

 

Gypsy ในวัยเด็กกับ Dee Dee

 

โดยเรื่องราวสุดน่าสลดใจนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เรื่องมีอยู่ว่าผู้เป็นแม่ Dee Dee ได้ให้กำเนิดลูกสาวชื่อ Gypsy ซึ่งก็เหมือนแม่ทั่วไปที่มีความรัก ความห่วงใยต่อลูก คอยประคบประหงม ดูแลเลี้ยงดูราวกับไข่ในหิน

นั่นทำให้ข่าวการตายของ Dee Dee เป็นที่ฮือฮามาก หลังจากพบว่าเมื่อเธอตายไปแล้ว Gypsy ก็ได้หายไปพร้อมๆ กัน จนผู้คนต่างสงสัยว่าฆาตกรนั้นอาจลักพาตัว Gypsy ไปด้วยก็ได้

 

 

การค้นหานักโทษอย่างละเอียดได้เริ่มต้นขึ้น และ Gypsy ก็ถูกพบหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมของแม่เธอเพียงแค่ 1 วัน

แต่ Gypsy นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่ทุกคนเคยได้ยินมา เพราะ Gypsy ที่ตำรวจเจอคือคนที่เข้มแข็ง สามารถทำกิจวัตรปกติได้เหมือนคนทั่วไป แทนที่จะเป็นสาวขี้โรค อ่อนแอ หัวล้าน และต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลาเพราะโรคมะเร็ง

 

Gypsy ในขณะขึ้นให้การกับศาล

 

คำถามถูกตั้งขึ้นมาทันทีเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของแม่-ลูกคู่นี้ ทำไมลูกสาวถึงเปลี่ยนไปได้เป็นคนละคน? เธอป่วยจริงหรือไม่? และที่สำคัญที่สุดคือ เธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของแม่เธอเองหรือไม่?

 

เรื่องราวของ Gypsy Rose “เด็กหญิงผู้ถูกบังคับให้ป่วย”

 

ย้อนกลับไปในวัยเด็ก Gypsy จะถูกมองว่าเป็นเด็กอ่อนแอ มีโรครุมเร้ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้อเจริญผิดปกติ

แต่เธอก็มีแม่ที่คอยทุ่มเทกายใจเลี้ยงดูเธอ ถือว่าเป็นเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความหวังให้แก่หลายๆ ครอบครัวที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใกล้เคียงกัน

 

 

ในขณะที่ Gypsy ยังเป็นเด็กทารกนั้น แม่ได้พาเธอไปที่โรงพยาบาล และบอกว่าลูกสาวมีอาการหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ทั้งๆ ที่ไม่มีสัญญาณของโรคนี้เกิดขึ้นกับ Gypsy เลย แต่เธอก็ยังยืนยันว่าลูกสาวมีอาการของโรคนี้จริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเชื่อมั่นว่าลูกสาวเธอมีอาการโครโมโซมผิดปกติ และนั่นทำให้ Dee Dee คอยเฝ้ามอง Gypsy ไม่ให้คลาดสายตา ด้วยกลัวว่าจะมีโรคร้ายเกิดขึ้นอีก

 

 

ต่อมา Gypsy ในวัย 8 ขวบได้ตกรถมอเตอร์ไซค์ แม่จึงรีบพาไปโรงพยาบาลแทบทันทีทั้งๆ ที่เธอมีแผลถลอกแค่ตรงเข่านิดหน่อย

แต่ Dee Dee กลับไม่เชื่อแบบนั้น เธอเชื่อว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อาจส่งผลกระทบกับลูกสาวถึงขั้นเดินไม่ได้ หากเธอไม่ได้เข้ารับการผ่าตัด

และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ Gypsy ต้องอยู่ในรถเข็นนับแต่นั้นมาเพื่อไม่ให้บาดแผลที่เข่านั้นทรุดลง

 

 

Gypsy ป่วยหลายโรคจนคุณตากับคุณยายก็เริ่มตั้งสันนิษฐานว่าหลานสาวนั้นป่วยจริงๆ หรือไม่ นั่นทำให้ Dee Dee ตัดสินใจออกมาเลี้ยงลูกตามลำพัง เพราะไม่อยากให้ทั้งสองทราบถึงอาการป่วยของหลานอีกต่อไป

ทั้ง Dee Dee และ Gypsy ต้องระหกระเหินย้ายที่อยู่ใหม่ ซึ่งในขณะเดียวกัน Dee Dee ก็เริ่มกล่าวอ้างว่า Gypsy มีโรคหลายโรคเพิ่มมาอีก เช่น โรคชัก เป็นต้น

 

 

ด้วยเหตุนี้เอง ขณะที่ทั้งคู่อาศัยอยู่ในเมืองออโรร่า รัฐมิสซูรี ทั้งคู่เริ่มมีชื่อเสียงจากการปกป้องสิทธิ์ผู้พิการ นั่นทำให้มูลนิธิที่อยู่อาศัยสร้างบ้านให้ทั้งคู่ พร้อมกับสิทธิพิเศษต่างๆ มากมายจากการเป็นผู้พิการ

 

Dr. Bernardo Flasterstein

 

แต่ในขณะที่สองแม่ลูกได้รับความช่วยเหลือจากมูลนิธิมากมาย นั่นทำให้ทีมแพทย์ทั่วโลกเกิดความสนใจ รวมไปถึงนักประสาทวิทยาเด็ก (Pediatric Neurologist) นามว่า Bernardo Flasterstein ที่เสนอจะรักษาอาการป่วยของ Gypsy ให้

 

 

และนั่นเองที่ทำให้แพทย์พบว่า Gypsy ไม่ได้มีโรคร้ายแรงอย่างที่ Dee Dee คิด และเธอรู้สึกโกรธมากจากคำกล่าวของหมอ เธอจึงพาลูกสาวไปรักษากับหมอคนเดิม

แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Bernando ค้นหาถึงอาการป่วยที่แท้จริงของ Gypsy

 

คำโกหกของผู้เป็นแม่เริ่มถูกเปิดเผย

 

ในปี 2010 Gypsy ในวัย 19 ปีได้รู้ตัวว่าเธอไม่ได้ป่วย และเริ่มพยายามหลบหนีออกจากแม่ เธอถึงขั้นเคยไปโผล่ที่ประตูเพื่อนบ้านเพื่อหาทางไปโรงพยาบาล แต่ก็ไม่สำเร็จเพราะแม่มาเจอก่อน

Dee Dee ใช้ความเป็นแม่สร้างเรื่องราวเพื่อให้ผู้คนเชื่อว่า Gypsy ป่วยทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจ น่าเศร้าที่ในขณะนั้นทุกคนต่างเชื่อ Dee Dee

 

Gypsy ออกอุบายเพื่อฆาตกรรมผู้เป็นแม่

 

เธอเริ่มแอบใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อหาเพื่อนทางห้องแชท โดยเฉพาะเพื่อผู้ชายด้วยหวังว่าจะมีใครสักคนพาเธอหลบหนีไปจากแม่ของเธอได้

 

 

ในที่สุด ในปี 2012 Nicholas Godejohn หนุ่มจากรัฐวินคอนซิน ก็เป็นความหวังเดียวที่เธอมี และพวกเขาก็ได้พบกัน และเริ่มคุยกันถึงการวางแผนฆาตกรรม Dee Dee

และช่วงกลางเดือนมิถุนายน ในปี 2015 ทุกอย่างก็ได้เกิดขึ้น ขณะที่ Dee Dee หลับอยู่นั้น Nicholas ได้ใช้กระบองตีเธออย่างรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต โดยที่ Gypsy รออยู่ข้างนอก และทั้งคู่ก็พากันหนีไป

 

 

โดยในช่วงแรกหลังจาก Gypsy ถูกพบเป็นผู้ต้องหา และเรื่องราวของเธอได้ถูกเปิดเผยว่า เธอได้ตกเป็นเหยื่อของผู้เป็นแม่ตลอดมา นั่นทำให้ประชาชนเห็นอกเห็นใจเธอ แต่คดีฆาตกรรมก็ต้องได้รับการไต่สวนต่อไป

 

 

ในรูปคดีนั้น Gypsy สารภาพว่าเธอได้จ้าง Nicholas เพื่อฆ่าแม่ของเธอ เธอจึงถูกตัดสินจำคุก 10 ปี ในขณะที่ Nicholas ยังรอคำตัดสิน

ในปี 2018 ขณะที่เธออยู่ในคุก เธอได้กล่าวไว้ว่า “ฉันรู้สึกผิดกับสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป แต่ฉันยังคงรู้สึกดีมากกว่ามีแม่อยู่ด้วยซะอีก”

 

“ฉันรู้สึกเป็นอิสระในคุกมากกว่าตอนอยู่กับแม่ เพราะตอนนี้ฉันสามารถเป็นผู้หญิงได้อย่างเป็นปกติ”

 

โศกนาฏกรรมในครั้งนี้เป็นที่รู้จักอย่างมาก จนเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดซีรีส์เรื่อง “The Act” จำนวน 8 ตอนจบ เพื่อนำเสนอเรื่องราวจากเรื่องจริงของ Gypsy Blanchard หญิงสาวที่ลงมือฆาตกรรมแม่ของตัวเอง

พร้อมประกาศความจริงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอถูกแม่บังคับให้เป็นโรคมะเร็งและโรคร้ายอื่นๆ เพียงเพื่อใช้เธอเป็น ‘เครื่องมือในการหาเงิน’ จากองค์กรการกุศลและผู้ใจบุญเท่านั้น

 

 

ความจริงจากปากของตัวเธอเองนั้น สร้างความหดหู่ให้กับผู้ที่ติดตามและให้กำลังใจเธอมาตลอด หลังจากที่ได้รู้ว่าที่ผ่านมานั้น

แม่ของเธอบังคับให้เธอต้องนั่งรถเข็น ถึงขั้นทำเป็นให้อาหารผ่านสายยางและโกนหัว จนทำให้ทุกคนเชื่อว่าตัวเธอนั้นเป็นมะเร็งจริงๆ

โดยซีรีส์เรื่อง The Act จะมีกำหนดเข้าฉายในวันที่ 20 มีนาคม 2019 นี้ ผ่านทางเว็บไซต์ Hulu

 

ภาพบางส่วนจากตัวอย่างซีรีส์ The Act

 

ตัวอย่างซีรีส์ “The Act”

 

ที่มา: allthatsinteresting, abcnewsnews-leader, cosmopolitanwikipedia, hulu

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....