ในชีวิตการทำงานมันช่างแตกต่างจากชีวิตในมหาวิทยาลัยเสียจริงๆ เพราะไม่มีใครมาคอยชี้นำคุณว่าควรใช้ชีวิตยังไง เก็บเงินเท่าไหร่ ทำงานยังไงให้ไม่กระทบสุขภาพ หรือควรจะทุ่มเทให้กับงานมากน้อยแค่ไหน ทุกอย่างล้วนเกิดจากการตัดสินใจของตัวเองแทบทั้งสิ้น

 

death-from-overwork-5

 

แต่ไม่ว่ายังไงคุณก็ควรนึกถึงประสิทธิภาพตัวเองก่อน แล้วใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองให้มากๆ นะ เพราะหากคุณทำงานแบบไม่ลืมหูลืมตาล่ะก็ คุณอาจจะเสียสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย

 

death-from-overwork-1

 

เพราะในเว็บไซต์ต่างประเทศเช่น Emirates-business ได้มีการเปิดเผยผลสำรวจจากรัฐบาลญี่ปุ่น ว่าตอนนี้ชาวญี่ปุ่นกว่า 1 ใน 5 กำลังเสี่ยงที่จะเสียชีวิต เนื่องจากการทำงานหนักและสังคมการทำงานที่เคร่งเครียดมากเกินไป

มีรายงานว่าผู้ที่เสียชีวิต 100 คนจากการสำรวจครั้งนี้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานหนัก พวกเขาจะมีอาการเช่นหัวใจวาย หลอดเลือดในสมองแตก หรือฆ่าตัวตาย ซึ่งในแต่ละปีจะมีคนฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลนี้ราวๆ 200 คน แต่ในปีล่าสุดกลับพุ่งสูงถึง 392 คน

 

death-from-overwork-3

 

เหตุการณ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามาก และเริ่มจะมีการรายงานข่าวเกี่ยวกับชาวญี่ปุ่นที่ทำงานหนักจนตายหลายรายแล้ว เช่นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2016 เว็บไซต์ Washingtonpost ได้นำเสนอเรื่องของนาย Kiyotaka Serizawa

ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัย 34 ปี พนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ที่ทุ่มเทเวลาการทำงานให้บริษัทของเขากว่า 90 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ยิ่งกว่าเจ้าของบริษัทจริงๆ เสียอีก เป็นเหตุนำเขาไปสู่ความเครียม จนสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายเมื่อปี 2015

 

death-from-overwork-2

 

นอกจากนี้ยังมีกรณีที่คล้ายกันอีกที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2015 เป็นเรื่องราวของ Matsuri Takahashi สาวญี่ปุ่นวัย 24 ปี ที่เพิ่งจะเรียนจบแล้วได้เข้าทำงานที่บริษัท Dentsu แต่ในระหว่างที่เธอทำงานอยู่ในฝ่ายทดลองงาน เธอก็ได้รับมอบหมายงานที่เยอะมาก

ตามรายงานข่าวบอกว่าเธอได้กลับบ้านเร็วสุดคือ 4 ทุ่ม และยิ่งเมื่อเธอผ่านโปรในเดือนตุลาคม 2015 จนกลายเป็นพนักงานเต็มตัว เธอก็ยังคงทำงานล่วงเวลาเป็นจำนวนกว่า 105 ชั่วโมงใน 1 เดือน จากการที่ต้องทำงานหนัก บวกกับอาการซึมเศร้า ทำให้เธอตัดสินใจจบชีวิตของตัวเองลงในช่วงปลายปี 2015

 

death-from-overwork-4

 

ในขณะที่มุมมองของคนทั่วโลกคือ ชาวญี่ปุ่นมักทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานอย่างขยันขันแข็ง ก่อนจะนั่งรถไฟขบวนสุดท้ายเพื่อกลับบ้าน แต่นั่นถือวิธีการทำร้ายร่างกายของตัวเองแบบช้าๆ เพราะนอกจากจะทำให้เสียสุขภาพยังส่งผลต่อจิตใจให้ห่อเหี่ยวลงทุกวันๆ ด้วย

 

death-from-overwork-7

 

การทุ่มเทให้กับการทำงาน ความมีวินัย หรือการแสดงความรักต่อองค์กร ถือเป็นเรื่องที่ดีนะ แต่ยังไงแล้วคุณก็อย่าลืมว่าตัวเองเป็นเพียงฟันเฟืองหนึ่งของทั้งองค์กร

หากคุณเป็นอะไรไปยังไงก็มีคนรุ่นใหม่ที่พร้อมจะขึ้นมาทำหน้าที่แทนคุณ แต่คุณไม่สามารถหาใครมาแทนตัวเองได้นะ ทำงานแต่พอดี ออกกำลังกาย พักผ่อนซะบ้าง ชีวิตจะได้พบกับความพอดีไงล่ะ

emo-116

ที่มา emirates-business , washingtonpost , นี่ห้องโชว์ไก่ 日本紹介 , tribune

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด