หากจะหาเพลงสักเพลงมาประกอบบทความนี้ เพลงที่เหมาะที่สุดอาจจะเป็นเพลง ช่างไม่รู้เลย (ศิลปิน Peacemaker) ที่ร้องว่า “ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น ~” เพราะนี่คือความลับของสิ่งที่เราเห็นกันอยู่แทบทุกวัน แต่กลับไม่เคยรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของมันกันมาก่อน

เราลองไปดูกันเลยดีกว่าว่าทั้งหมดนี้มีเรื่องไหนบ้างที่เราเคยสังเกตหรือตั้งข้อสงสัย แต่กลับไม่เคยได้รับคำตอบกันมาก่อน หวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยไขข้อข้องใจของเพื่อนๆ กันได้นะ ป่ะ!! อย่ารอช้า ลงไปอ่านกันเลยดีกว่า

 

1. แผ่นปะลักษณะเหมือนรูปลั๊กไฟ บนกระเป๋าบางยี่ห้อ

 

จุดประสงค์ดั้งเดิมและเห็นได้ชัดของมันคือ มีไว้เพื่อแขวนหรือห้อยสิ่งต่างๆ อย่างความคิดของ Jamie Cormack ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Herschel เขาติดสิ่งนี้ไว้ตรงกระเป๋าเพื่อต้องการให้มันมีไว้สำหรับห้อยขวานเจาะน้ำแข็ง

 

2. รูเล็กๆ ตรงแม่กุญแจ

 

มันมีไว้ระบายน้ำออกมาเวลาที่เราไขกุญแจท่ามกลางสายฝน รวมถึงสามารถหยอดน้ำมันเพิ่มความหล่อลื่นภายในให้กับการไขกุญแจได้อีกด้วย

 

3. สัญลักษณ์ USB

 

สัญลักษณ์ที่เราเห็นกันนี้มีที่มาจาก ตรีศูลอาวุธประจำกายของเทพเจ้าโพไซดอน ซึ่งแสดงถึงความทรงพลัง คนคิดค้นจึงต้องการให้เห็นว่า USB ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ทรงพลังไม่แพ้กัน โดยการที่มันไม่ได้มีลักษณะแหลมทั้งสามง่ามนั้น เป็นเพราะต้องการสื่อให้เห็นว่ามันสามารถใช้ร่วมกันได้กับอุปกรณ์ทุกประเภท ไม่มีการแบ่งแยก

 

4. รูเล็กๆ ตรงระหว่างกล้องและไฟฉาย ด้านหลังโทรศัพท์

 

คำตอบนั้นง่ายมาก มันก็คือไมโครโฟนขนาดจิ๋วไว้ใช้รับเสียงตอนที่เราถ่ายวิดีโอด้วยกล้องหลังอยู่นั่นเอง

 

5. สี่เหลี่ยมเล็กๆ เป็นสีๆ ตรงปลายส่วนที่ถูกปิดผนึกเอาไว้ของผลิตภัณฑ์

 

เราสามารถเห็นได้ตามปลายหลอดยาสีฟัน หรือตรงปลายถุงขนม มันเป็นส่วนที่ช่วยให้เซนเซอร์ของเครื่องจักรในไลน์การผลิตเข้าใจได้ว่า จะต้องกด ปิดผนึก หรือว่าตัดส่วนนี้ออกไป เพื่อความลื่นไหลในการทำบรรจุภัณฑ์ และสีที่ใช้นั้นจะต้องไม่เหมือนกับสีของพื้นหลัง เพื่อให้เครื่องจักรจดจำได้ง่ายและเห็นได้ชัด

 

6. ส่วนก้านตรงแก้วไวน์

 

มันมีไว้เพื่อไม่ให้อุณหภูมิความร้อนของนิ้วโป้งเราไปเปลี่ยนอุณหภูมิของไวน์ในแก้ว ขณะที่เราถืออยู่

 

7. วิธีการปอกกล้วยที่ถูกต้อง

 

คนส่วนใหญ่มักจะปอกตรงบริเวณก้านของมัน แต่วิถีที่ถูกต้องที่สุดนั้นเราควรปอกกล้วยให้เหมือนที่เจ้าลิงทำ โดยมันจะบีบบริเวณปลายให้แตกออก จากนั้นค่อยดึงแต่ละข้างลงมา ไม่ต้องลำบากไปพยายามหักตรงก้านกล้วยเหมือนที่เราเคยทำกัน

 

8. ตุ๊กตา Barbie มีทั้งนามสกุลและชื่อกลาง

 

ชื่อเต็มๆ ของ Barbie คือ Barbara Millicent Roberts โดยพ่อแม่ของเธอมีชื่อว่า George และ Margaret Roberts

 

9. ผู้ที่คิดค้นจุดดับเพลิงตามข้างทาง

 

ไม่มีใครรู้คำตอบนี้เลยแม้แต่ Google นั่นเป็นเพราะว่าสำนักงานที่จดสิทธิบัตรเจ้าของอุปกรณ์นี้เอาไว้ ดันถูกไฟไหม้ไปเสียก่อน

 

10. การอุจจาระของเราส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

 

ในแต่ละวันจะมีต้นไม้เกือบ 30,000 ต้นถูกตัดไปทำกระดาษทิชชู่ในห้องน้ำสำหรับคนทั้งโลก

 

11. ครัวซองต์ไม่ได้มาจากประเทศฝรั่งเศส

 

คำว่าครัวซองต์ (Croissants) มีการออกเสียงเหมือนภาษาฝรั่งเศส ทำให้หลายๆ คนเข้าใจผิดมาตลอดว่ามันมีต้นกำเนิดมาจากที่นั่น แต่ความจริงแล้วมันถือกำเนิดขึ้นในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

 

12. ทำไมกระจกบนเครื่องบินถึงต้องเป็นวง

 

แรกสุดกระจกบนเครื่องบินยังคงเป็น 4 เหลี่ยม จนกระทั่งปี 1953 เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกสองลำ ซึ่งเป็นผลมาจากกระจกทรงสี่เหลี่ยม เพราะว่ามุมของกระจกเป็นเหมือนจุดอ่อน ทำให้มันง่ายต่อการแตกหักเมื่อเจอกับแรงดันของอากาศ กระจกที่มีลักษณะโค้งมนจึงสามารถกระจายแรงกดอากาศได้ดีกว่า

 

13. ทำไมรองเท้า Sneakers ถึงต้องเรียกว่า Sneakers

 

คำว่า Sneak ในภาษาอังกฤษมีความหมายว่าย่องเบา หรือแอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ จึงทำให้คนสงสัยว่า งั้น Sneakers ก็น่าจะหมายถึงการเป็นพวกนักย่องเบางี้หรือเปล่า? ซึ่งความจริงแล้วที่มาของคำเรียกรองเท้าชนิดนี้นั้นเกิดขึ้นเพราะว่า พื้นรองเท้ามันทำมาจากยาง ซึ่งทำให้ไม่เกิดเสียงเวลาเดินเท่านั้นเอง

 

14. ทำไมปุ่มภาษาอังกฤษบนคีย์บอร์ดถึงไม่เรียงตามตัวอักษร

 

ผู้คิดค้นเริ่มจากการให้มันเรียงตัวอักษร ABCD จนกระทั่งพบว่ามันไม่โอเคเท่าไหร่ เพราะคำที่ใช้บ่อยๆ นั้นไม่รองรับกับการจัดวางปุ่มแบบนั้น (เช่น s-h , t-h , o-u) มันลำบากจนเกินไป ก็เลยกระจายๆ มันออกไปซะเลย เกิดเป็นแป้นพิมพ์แบบ QWERTY ขึ้นมา

 

15. ทำไม Trailers หนังถึงต้องฉายตอนก่อนหนังเริ่ม

 

คำว่า Trailers นั้นแปลว่า รถพ่วง หรือสิ่งที่พวงตามท้ายมา แต่ว่าทำไมมันถึงถูกนำมาฉายตอนก่อนหนังเริ่มล่ะ? เหตุผลก็คือแรกสุดพวกเขานำมันไปฉายไว้ตอนหนังจบ แต่คนดูส่วนใหญ่จะเดินออกโรงไปก่อนตลอด เขาจึงย้ายมันมาฉายก่อนหนังเริ่มแทน

 

ที่มา: brightside

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...