จากที่มีข่าวว่ามีคนพบ ‘หมาหมี’ ในประเทศรัสเซียในตอนต้นเดือนธันวาคม 2017 ก็มีคนตั้งคำถามมากมายว่าตกลงแล้วหมาหมีตัวนี้ เป็นสุนัขพันธุ์ผสม หรือว่าเป็นลูกผสมจากสุนัขและหมีกันแน่

(สามารถอ่านข่าวเก่าได้ที่นี่ ผู้คนต่างตั้งคำถาม ‘นี่หมาหรือหมี’ เอ็งคือตัวอะไร เลือกเอาดีๆ ซักอย่าง…)

วันนี้สัตวแพทย์ได้ทำการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และได้พบความจริงที่น่าหดหู่เกี่ยวกับเจ้าหมาหมีตัวนี้

 

 

เจ้าหมาหมีตัวนี้มีชื่อเล่นว่า Medvebaka ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำว่า Medved ที่แปลว่าหมี และคำว่า Sobaka ที่แปลว่าสุนัขนั่นเอง

จากผลการตรวจเจ้าหมาหมีแล้ว ผลตรวจระบุว่ามันเป็นสุนัขพันธุ์ผสมที่มีเชื้อสายพันธุ์เชาเชาจริงๆ “มันมีลิ้นออกสีน้ำเงินซึ่งเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสุนัขเชาเชา”

“ผู้เพาะพันธุ์เชาเชาในทีมของเรา ตรวจสอบและมั่นใจแล้วว่ามันเป็นสุนัขพันธุ์ผสมจากเชาเชา ส่วนอีกครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นสุนัขจรจัดพันธุ์จมูกยาวสักพันธุ์หนึ่ง”

 

 

แต่การผสมพันธุ์ครั้งนี้ คาดว่าน่าจะทำโดยพ่อค้าสัตว์ไร้จิตสำนึกสักคนหนึ่ง ที่อยากทำให้ลูกหมามีหน้าตาน่ารักแบบพันธุ์เชาเชา จะได้ขายสัตว์ได้ง่ายและได้ราคาดี

แต่พ่อค้ากลับผสมพันธุ์มันอย่างลวกๆ เมื่อมันเติบโตมาแล้ว รูปร่างของมันก็เลยออกมาเป็นอย่างที่เห็น และเมื่อหมดความน่ารักแล้ว เจ้าของก็คงจะเอามันไปทิ้งไว้ข้างทางจนมีคนไปพบเข้านั่นเอง

ทางสถานพักพิงสัตว์คาดว่าเจ้าหมาหมีคงจะถูกมนุษย์รังแกมาก่อนหน้านี้ ในตอนนี้มันจึงมีนิสัยดุร้าย ระแวงผู้คน และไม่สุงสิงกับสัตว์ในสถานพักพิงสัตว์เลย ซึ่งเป็นปัญหาทำให้หาคนเลี้ยงมันไม่ได้ในภายหลัง

 

 

ทางสถานพักพิงสัตว์ยังบอกอีกว่า “มันมักจะรู้สึกเครียดเวลาอยู่กับมนุษย์ มันก็เลยมีท่าทีต่อต้านและกัดคนที่พยายามเข้าหามัน เราคาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาหลายอาทิตย์ หรืออาจจะเป็นเดือน ให้มันทำความคุ้นชินกับคน และลดนิสัยดุร้ายลง”

ก่อนหน้านี้ก็มีคนที่สนใจมารับมันไปเลี้ยงเช่นกัน แต่พอลองเข้าหามันแล้วมันกลับวิ่งหนี จึงทำให้สถานพักพิงตัดสินใจบอกให้เขาตัดใจก่อน แล้วรอให้มันคุ้นชินกับคนมากกว่านี้

“มันมีความเครียดสะสมมากจริงๆ ตอนนี้เราต้องการคนเลี้ยงสัตว์ที่มีประสบการณ์ และความชำนาญในการรับมือกับสัตว์แบบนี้ ให้มารับเลี้ยงมัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอใครที่มีลักษณะตรงตามนั้นเลย”

 

 

คนที่ดูแลมันก็บอกอีกเสียงหนึ่งว่าอาการของมันน่าเป็นห่วงจริงๆ

“มันมักจะซ่อนอยู่ในบ้านสุนัขและไม่ยอมออกมาข้างนอกง่ายๆ ตอนที่มีคนมารับมันไปเลี้ยง มันก็พยายามหนีออกจากบ้านตลอด”

“มันไม่ชอบถูกล่ามโซ่ และก็ไม่ยอมทำความคุ้นเคยกับสัตว์อื่นๆ เลยด้วย แม้ว่าเราจะป้อนข้าวป้อนน้ำให้มันแล้วมันก็ยังดูเครียดอยู่ดี อาจจะต้องใช้เวลาอีกนานเลยกว่ามันจะกล้าเข้าใกล้มนุษย์ และยอมให้คนรับมันไปเลี้ยง”

 

ที่มา: siberiantimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...