นี่เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าชื่นชมมากๆ เมื่อคู่รักคู่หนึ่งขับอยู่บนทางหลวง แต่ดันไปเจอสถานการณ์ที่เลือก และสุดท้าย พวกเขาก็ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่กล้าหาญสุดๆ

เรื่องนี้เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ บ้านเรานี่เอง โดยระหว่างที่คุณชุ้ง กับแฟนสาว นุ๊กนิก กำลังขับรถไปทำบุญ พวกเขาสังเกตเห็นแมวน้อยตัวหนึ่งพุ่งเข้าไปใต้รถที่วิ่งอยู่บนถนนทางด่วน

สิ่งที่เห็นทำให้คุณชุ้งตัดสินใจจอดรถ แม้จะเป็นที่ห้ามจอดก็ตาม

 

 

หลังจากจอดรถไว้ข้างทาง คุณชุ้งก็ลงจากรถ แล้ววิ่งไปยังรถที่เขาสังเกตเห็นแมวเมื่อกี้ ซึ่งกำลังจอดอยู่เหมือนกัน โดยแฟนสาวได้วิ่งตามไปติดๆ

การกระทำที่กล้าหาญนี้ ลงเอยด้วยการเปลี่ยนโลกทั้งใบให้กับแมวจรจัดที่กำลังอยู่ในอาการหวาดกลัว หลังจากติดอยู่บนถนนที่การจราจรวุ่นวาย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากนี้ คุณนุ๊กนิกได้บันทึกวิดีโอเอาไว้

 

 

นอกจากคุณชุ้งและเจ้าของรถที่แมวจรเข้าไปหลบแล้ว ก็ยังมีอีกหลายคนที่ตัดสินใจจอดรถ เพื่อมาช่วยเจ้าเหมียวตัวนี้

พวกเขาพยายามช่วยเกลี้ยกล่อมให้เจ้าเหมียวทักซิโด้ออกมาจากใต้ท้องรถ และในไม่ช้า คุณชุ้งก็สามารถคว้าตัวมันไว้ได้

 

 

จากนั้นคุณชุ้งก็อุ้มเจ้าเหมียวไว้ในอ้อมแขน และพามันกลับไปที่รถพร้อมกับพูดปลอบใจมันอย่างอ่อนโยน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นห่วงมันมากแค่ไหน

 

 

ทันทีที่ขึ้นรถ เจ้าเหมียวตระหนักได้ว่าปลอดภัยแล้ว มันจึงกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของคุณนุ๊กนิกและนอนขดตัวอยู่บนนั้นจนถึงบ้าน

 

 

เมื่อมาถึงบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว มันได้กินอาหารเต็มอิ่ม มีที่นอนอุ่นๆ และได้รับการดูแลอย่างดีจากพ่อแม่คนใหม่

สำหรับคุณนุ๊กนิกนั้น เธอเป็นคนรักแมวอยู่แล้ว โดยเฉพาะแมวเปอร์เซีย แต่การรับเลี้ยงสัตว์ที่ไม่ได้มาจากร้านขายสัตว์นั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ

 

 

อย่างไรก็ตาม หญิงสาวบอกว่านี่เป็นครั้งแรกที่เธอช่วยเหลือแมวในสถาการณ์แบบนี้ ดังนั้น เธอจะรับเลี้ยงมัน และตั้งชื่อให้มันว่า ทางด่วน

เธอยังบอกอีกว่า “การช่วยเหลือผู้อื่นมันเป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก มันเป็นสิ่งที่สมควรทำหรือต้องทำอยู่แล้ว และเพราะมันเป็นเรื่องถูกต้องที่ควรทำ ทำอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัยใดๆ นี่แหละนิยามของคำว่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่แท้จริง”

 

 

อัปเดตล่าสุด หญิงสาวบอกว่าน้องอึในกระบะเป็นแล้ว กินอิ่มนอนหลับสบาย เล่นได้ ขู่เป็นครั้งคราว และคุณแม่จะนัดคุณหมอเข้ามาตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนที่บ้านในเร็วๆ นี้

 

ที่มา thedodo l Kessarapawn Inpang

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...