ผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสสุดเซ็ง นั่งอยู่เจอ ‘เท้า’ ของคู่รักคลอเคลียกันอย่างหวานฉ่ำ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีหญิงสาวผู้โดยสารในชั้นเฟิร์สคลาส ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ถึงกับทนไม่ไหว จนต้องออกมาโพสต์ระบายความในใจ

เรื่องมีอยู่ว่าขณะเดินทางด้วยเครื่องบินเมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เธอพบผู้โดยสารหนุ่มสาวสองคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เล่นใช้เท้าไขว้กันไปมาในการเล่นแสดงความรักอย่างหวานฉ่ำ โดยไม่แคร์สายตาของผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย…

Laura Lakey หญิงสาวผู้เห็นเหตุการณ์นั้น ได้ถ่ายรูปอัปโหลดรูปภาพของคู่รักที่นอนใช้เท้าเปล่าลูบกันไปมา ผ่านทางอินสตาแกรมส่วนตัวของเธออย่างหัวเสีย พร้อมทั้งตีราคาค่าเดินทางของคู่รักที่เป็นประเด็นวดังนี้

“ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินชั้นหนึ่งราคา 1,000 เหรียญสหรัฐ

ค่าเครื่องดื่มที่ดื่มกันสะบั้นหั่นแหลกก่อนขึ้นเครื่องอีก 100 เหรียญสหรัฐ

ค่าครีมที่ใช้รักษาเท้าจากการเข้าห้องน้ำแบบเท้าเปล่าอีก 20 เหรียญสหรัฐ”

“ในที่สุดทั้งคู่ก็เสร็จสิ้นภารกิจจู๋จี๋ลูบไล้เท้าอันเปล่าเปลือยของกันและกันที่มีแค่กำแพงระดับเฟิร์สคลาสแบ่งกั้น ช่างน่าตลกสิ้นดี”

และเธอก็เล่าต่ออีกว่าไม่ใช่ผู้โดยสารเพียงคนเดียวที่ไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากเหตุการณ์ได้จบลง หญิงสาวคนดังกล่าวก็พักเท้าของเธอบริเวณที่แผงกั้นของผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้าเธอ

โดย Laura กล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “ผู้ชายที่นั่งด้านหน้าเธอก็ไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เธอได้วางเท้าของเธอบนโทรทัศน์ของเขา! #passangershaming”

เมื่อเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ก็มีสื่อต่างประเทศหลายแห่งนำไปทำข่าว และสร้างเสียงวิจารณ์ทั้งในแง่บวกและลบตามมามากมาย

บ้างก็บอกว่าส่วนที่นั่งของพวกเขา ก็ควรมีสิทธิ์ทำอะไรก็ได้ หากไม่ไปรุกล้ำที่นั่งของคนอื่น

ขณะที่บางคนมองว่าพฤติกรรมการยกเท้าขึ้นมาเล่นกันแบบนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม โดยเฉพาะหากอยู่ระหว่างการนั่งเครื่องบินที่มีผู้ใช้บริการนับร้อยคน

จนกระทั่งสายการบินที่เป็นผู้ให้บริการ ต้องออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว

ตัวแทนของสายการบินได้ออกมากล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าวพร้อมกับยืนยันว่าผู้โดยสารควรปฏิบัติตามกฎของสายการบินเพื่อความปลอดภัย

และการถอดรองเท้าเหลือแต่เท้าเปล่าบนเครื่องบินนั้นผิดกฎของบริษัทในหัวข้อ ‘ความรับผิดชอบของผู้โดยสาร’ อีกด้วย

ที่มา: businessinsider, metro

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....