จีนจัดนิทรรศการภาพถ่าย ‘แอฟริกา’ เทียบชนพื้นเมืองกับสัตว์ป่า… จนกลายเป็นการเหยียดผิว

กลายเป็นประเด็นดราม่าในโซเชียลเมื่อพิพิธภัณฑ์จีนจัดนิทรรศการภาพถ่ายที่มีการเทียบภาพชนพื้นเมืองคู่กับสัตว์ป่า จนถูกมองว่าเป็นการเหยียดชนชาติอื่น

นี่คือนิทรรศการภาพถ่ายที่จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ Hubei Provincial Museum เป็นชุดภาพที่ทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความสามัคคีระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพและนักธุรกิจระหว่างเดินทางไปแอฟริกาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

 

 

นิทรรศการนี้มีชื่อว่า “This is Africa” ภายใต้หัวข้อ “One’s heart makes one’s appearance” โดยนำเอาภาพเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นชนพื้นเมืองของแอฟริกามาประกบคู่กับภาพสัตว์ป่าชนิดต่างๆ

ในชุดภาพดังกล่าวนี้ประกอบด้วยภาพชายชราประกบคู่กับลิง อีกภาพเป็นรูปของชายชาวแอฟริกาในท่าที่มองผ่านไหล่ตัวเองประกบกับภาพเสื้อชีต้าที่ทำท่าคล้ายกัน มีภาพเด็กอ้าปากกว้างวางคู่กับภาพกอริลลา และอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

ในบรรดาภาพเหล่านั้นมีภาพของกลุ่มนักเรียนแอฟริกาในประเทศจีนอยู่ด้วย  และเมื่อรู้ว่ามีคนเอาภาพพวกเขาไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์โดยประกบคู่กับสัตว์ที่ทำท่าคล้ายกัน จึงได้มีการขอร้องไม่ให้ระบุชื่อของพวกเขา เพราะกลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสงสัยว่าลักลอบเข้ามา

 

 

หลังจากที่ถูกร้องเรียน ทางพิพิธภัณฑ์ก็ได้เอาภาพดังกล่าวออก อย่างไรก็ตามนักเรียนแอฟริกาได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทางคณบดีของมหาวิทยาลัยทราบ ในขณะที่คนอื่นๆ ได้ทำเรื่องร้องเรียนไปยังสถานทูตแอฟริกาในจีน

สำหรับนิทรรศการนี้ได้จัดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว เพื่อเป็นการฉลองวันหยุดแห่งชาติ 8 วันของจีน ซึ่งมีคนเข้าเยี่ยมชมพิพิภัณฑ์นั้นไปแล้ว 133,000 คน

ต่อมา Wang Yuejun ผู้วางแผนจัดนิทรรศการนี้ได้ออกมาแถลงว่า “เราเข้าใจทุกๆ ความเห็นที่ร้องเรียนเข้ามา แต่ผมอยากเรียนให้ทราบว่าผู้เข้าชมนิทรรศการส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ในทัศนะของคนจีนการเปรียบเทียบคนกับสัตว์นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ารังเกียจเลย”

 

 

Wang ยังชี้ให้เห็นว่า ชาวจีนมักจะบูชาเทวรูปสัตว์ และในระบบจักรราศีเกิดของจีนก็มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์ด้วย การที่ช่างภาพตัดสินใจเปรียบเทียบใบหน้าคนกับสัตว์เพื่อเป็นการเตือนใจมนุษย์ไม่ให้ลืมว่าเรามาจากไหน

Yu Huiping หนึ่งในช่างภาพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนิทรรศการในครั้งนี้กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของผลงานของผมคือการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติกับมนุษย์”

เขายังบอกกับสื่อจีนก่อนการเปิดนิทรรศการว่า “ผมมักสงสัยว่าเราจะสร้างความสมดุลของระบบนิเวศระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างไร?”

“แล้วผมก็คิดได้ว่าการบันทึก การสำรวจ และการสื่อสารเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของคนและธรรมชาติผ่านภาพถ่ายน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ”

 

 

จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเหยียดเชื้อชาติแอฟริกาเช่นเดียวกับประเทศจีน ก่อนหน้านี้แอพพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง WeChat ก็ได้ออกมาขอโทษชาวแอฟริกา หลังแปลคำว่า hei laowai หรือคนผิวสีเป็นภาษาอังกฤษว่า “nigger” ซึ่งเป็นคำเหยียดผิวคนดำ

ในปีที่ผ่านมา Qiaobi บริษัทเกี่ยวกับดูแลความสะอาดในบ้านได้มีการทำโฆษณาโดยใช้คนผิวสีแล้วใส่ลงในเครื่องซักผ้าจนออกมามีสีผิวเหมือนคนเอเชีย และปิดท้ายว่ามันเป็นเพราะพลังขจัดคราบของ Qiaobi

สุดท้ายทางบริษัทได้ออกมาขอโทษโดยบอกว่าไม่ได้มีเจตนาจะเหยียดคนผิวสีแต่อย่างใด…

 

 

อย่างไรก็ตาม มีบางคนที่มองว่า นิทรรศการภาพถ่ายดังกล่าวไม่ควรเป็นสิ่งเดียวที่ตัดสินคนจีนทั้งประเทศ โดย Sam Haguru ซึ่งเป็นครูต่างชาติที่มาสอนในจีน กล่าวว่า “ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับภาพถ่ายเหล่านั้น แต่ต้องเข้าใจว่าจีนเป็นแผ่นดินใหญ่ ดังนั้นไม่ควรนำความผิดพลาดส่วนบุคคลมาตัดสินคนทั้งประเทศ”

เขายังบอกอีกว่าจีนเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเขา และเขาก็มักจะได้รับความรักและความเป็นมิตรจากคนจีนเสมอ…

ประเด็นการเหยียดเชื้อชาติค่อนข้างเป็นอะไรที่บอบบางและอาจถูกเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นิทรรศการนี้จะถูกมองในทางที่แย่ แม้จะมีเจตนาดีก็ตาม

 

แล้วเพื่อนๆ ล่ะะ มีความคิดเห็นอย่างไร?

ที่มา qz l shanghaiist

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
เหมียวขี้ส่อง วันๆไม่ทำอะไร ตามแต่เรื่องชาวบ้าน มีความอยากรู้อยากเห็นสูงมาก

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....