ย้อนกลับไปในเมื่อหลายปีก่อน ในตอนที่เจ้าหน้าที่มารับก่อสร้างของเมืองฟิลาเดลเฟียรับทำงานก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยสุดหรู เชื่อว่าพวกเขาคงจะคาดไว้แล้วว่าการก่อสร้างที่ต้องขุดหลุมลึกแบบนี้ คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าพวกเขาจะเจอโครงกระดูกถูกฝังอยู่สักร่างสองร่าง

 

 

แต่ปัญหาคือแทนที่จะเจอกระดูกแค่ร่างสองร่าง ตั้งแต่ที่เริ่มทำงานในปี 2016 เป็นต้นมา ทีมคนงานกลับพบกับกระดูกมนุษย์อยู่เรื่อยๆ จนในที่สุดกองกระดูกเหล่านั้นก็กองกันจนทีมงานก่อสร้างเริ่มสงสัยและได้ทำการติดต่อนักโบราณคดีให้มาตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาพบไป

ในตอนนั้นเองที่เหล่านักโบราณคดีพบว่ากระดูกที่เหล่าคนงานก่อสร้างพบนั้นไม่ใช่ศพของคนที่เพิ่งถูกฝังมาได้ไม่นานอย่างที่พวกเขาคิด แต่เป็นเหล่าผู้คนที่เคยถูกนำมาฝังไว้ที่นี้ตลอดช่วงศตวรรษที่ 18-19 ต่างหาก

 

 

นั่นเพราะอ้างอิงจากข้อมูลที่พวกเขาพบ ที่แห่งนี้จริงๆ แล้วในสมัยก่อนเคยเป็นสุสานขนาดใหญ่ของโบสถ์ First Baptist มาก่อน และเปิดใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1702-1860

อายุที่ยาวนานนี้ทำให้ในสุสานมีร่างของคนถูกฝังเอาไว้กว่า 3,000 ร่าง ถึงอย่างนั้นก็ตามตอนที่คณะกรรมการสุขภาพฟิลาเดลเฟียประกาศดัดแปลงพื้นที่สุสานให้เป็นที่ทิ้งขยะของเมืองในปี 1860 พวกเขากลับให้เวลาในการขุดย้ายศพเพียง 3 เดือน

ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีร่างของคนมากมายที่ถูกทิ้งไว้ในที่แห่งนี้ และเพิ่งจะมาถูกคนพบอีกครั้งในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมาเท่านั้น

 

 

น่าเสียดายที่ด้วยระบบกฎหมายของเมืองให้ในช่วงแรกๆ ที่มีการค้นพบกระดูก การทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการหยุดลงเพื่อให้นักโบราณคดีเข้าไปสำรวจแต่อย่างไร ส่งผลให้โครงกระดูกหลายๆ ร่างต้องถูกทำลายหรือเสียหายไปก่อนที่ทีมนักโบราณคดีจะมีโอกาสได้ตรวจสอบอย่างช่วยไม่ได้

Kimberlee Moran หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ที่มีโอกาสได้เข้าไปสำรวจพื้นที่บอกว่า โครงกระดูกทั้งหมดที่มีการค้นพบในที่แห่งนี้นั้นมีอยู่ราวๆ 500 ร่าง อย่างไรก็ตามมีเพียงแค่ 3 ร่างเท่านั้นที่นักโบราณคดีสามารถระบุชื่อได้

 

ป้ายหลุมศพ หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ทำให้เราสามารถระบุนามของผู้ที่จากไป

 

โดยคนเหล่านี้ประกอบด้วย Benjamin Britton ผู้เป็นช่างทำขนมปังและเจ้าของทาสที่เสียชีวิตเมื่ออายุ 78 ปี คุณ Israel Morris และ Sarah Rogers เด็กสาวที่จากโลกนี้ไปตั้งแต่อายุได้แค่ 3 ขวบ

แต่แม้ว่านักโบราณคดีจะพบชื่อคนเพียงแค่ 3 คนก็ตามมันก็ใช่ว่าโครงกระดูกที่พวกเขาพบจะไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เมืองฟิลาเดลเฟียเลยเพราะนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบหลักฐานของโรคไข้เหลือง หนองในเทียม วัณโรค และโรคเรื้อน ซึ่งเป็นหลักฐานอย่างดีว่าในสมัยก่อนเมืองแห่งนี้น่าจะเคยเกิดโรคระบาดมาหลายครั้งในอดีต

 

 

นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังสามารถตรวจสอบฟันของศพที่พบเพื่อหาหลักฐานว่าคนสมัยนั้นทานอะไรเป็นหลักได้ด้วย และหากโชคดีพบศพที่ถูกฝังในสภาพที่คล้ายมัมมี่พวกเขาก็ยังอาจสามารถตรวจสอบน้ำในสมองและเชื้อแบคทีเรียต่างๆ เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในสมัยก่อนได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามนักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์และต้องแข่งกับเวลาเป็นอย่างมากในการตรวจสอบสิ่งที่พวกเขาพบ เพราะพวกเขาได้รับอนุญาตจากทางเมืองให้ตรวจสอบศพได้ถึงแค่ปี 2023 เท่านั้น

โดยที่หลังจากนั้นศพเหล่านี้จะถูกนำไปฝังไว้ที่สุสาน Mount Moriah สถานที่ซึ่งพวกเขาควรจะถูกย้ายไปตั้งแต่ในปี 1860 ก่อนที่จะถูกปล่อยให้หลับไปอย่างสงบอีกครั้งสืบไป

 

 

ที่มา livescience และ nytimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...