ด้วยความที่ไทยเราเป็นประเทศเขตร้อน จะให้เราจินตนาการถึงชีวิตที่แสนยากลำบากท่ามกลางความหนาวสุดขั้วก็ดูจะเป็นอะไรที่ไกลตัว แต่ถ้าให้บรรยายความร้อนของแดดล่ะก็… เล่า 3 วันก็คงไม่จบ

ด้วยเหตุนี้เราจะพาไปชม 22 ภาพพร้อมเรื่องราวซึ่งเป็นผลงานของ Amos Chapple ที่จะบอกเล่าถึงชีวิตการเป็นอยู่ของผู้คนจากหมู่บ้าน Oymyakon และ Yakutsk ในประเทศรัสเซีย ที่ๆ ครั้งหนึ่งเคยมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -71.45 เซลเซียส!!

 

โดยตัว Amos Chapple เองได้เริ่มต้นทริปนี้ที่เมือง Yakutsk ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งชาวรัสเซียต่างรู้ดีว่า นี่คือเขตที่หนาวมากที่สุด

 

Yakutsk เป็นเมืองที่มีประชากรเพียง 300,000 คน และโดยปกติแล้วในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำอยู่ที่ประมาณ -34.5 องศาเซลเซียส

 

แม้จะเป็นเมืองที่หนาวสุดๆ แต่เจ้าของเรื่องราวก็ได้เล่าว่าผู้คนที่นี่กลับเต็มไปด้วยมิตรไมตรี ยิ้มแย้ม และให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นกันเองมากๆ

 

แล้วชาวรัสเซียรับมือกับความหนาวยังไงน่ะเหรอ? ชาวรัสเซียจะมีเครื่องดื่มที่เรียกว่า ‘Russki Chai’ อันที่จริงมันแปลว่าชารัสเซียนั่นแหละ แต่สิ่งที่บางคนเค้าดื่มแก้หนาวกันคือวอดก้านะ..!!

 

สภาพอากาศของเมืองนี้มันหนาวถึงขนาดที่ว่า ตัวช่างภาพเองพยายามที่จะทำอาหารตอบแทนคนท้องถิ่น แต่เขามือชาเกินกว่าที่จะหั่นผักผลไม้ได้

 

แต่ด้วยอุตสาหกรรมเพชรพลอย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเศรษฐกิจที่มีเงินหมุนมากมาย

 

ในช่วงที่รัสเซียได้รับผลกระทบจากสงครามเย็นนั้น Yakutsk เป็นอีกเมืองที่ไม่ได้รับผลกระทบตาม และชาวเมืองยังคงมีเงินหมุนเวียนจากอุตสาหกรรมของพวกเขาเอง

 

และการจะไปเยือนเมือง Oymyakon ได้ก็ต้องมาเริ่มต้นที่เมือง Yakutsk ก่อน ซึ่งใช้เวลาเดินทางท่ามกลางหิมะสั้นๆ เพียงแค่ 2 วันเท่านั้น

 

ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำสุดขั้ว ทำให้เครื่องยนต์ของยานพาหนะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ปั๊มน้ำมันที่นี่เปิด 24 ชม. และพนักงานปั๊มจะทำงานรอบละ 2 อาทิตย์ (หยุด 2 อาทิตย์)

 

แต่ระหว่างการเดินทาง Chapple ก็ต้องติดอยู่ที่เกสท์เฮ้าส์เล็กๆ กลางทางนานถึง 2 วัน ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้ลิ้มลองซุปกวางเรนเดียร์เป็นครั้งแรกเช่นกัน

 

เมื่อเดินทางมาถึง Oymyakon เขาก็ได้ค้นพบว่าครั้งหนึ่งเมื่อปี 1924 เมืองนี้เคยหนาวมากถึง -71.2 องศาเซลเซียส

 

ทว่าทุกวันนี้ในช่วงฤดูหนาวเมือง Oymyaka จะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -50 องศาเซลเซียส

 

และในภาษาท้องถิ่นของชาวไซบีเรีย ‘Oymyaka’ มีความหมายถึง… “น้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย”

 

และการจะใช้กล้องในสภาพอากาศที่หนาวเหน็บขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน เพราะทุกครั้งที่มีการหายใจ… เลนส์กล้องจะถูกบดบังด้วยไอจากความหนาวเหน็บทันที

 

อีกทั้งอากาศที่หนาวสุดขั้วทำให้ไม่สามารถเดินท่อประปาเข้าสู่หมู่บ้านได้ ชาวเมืองของที่นี่จึงมีระบบการส่งน้ำประปาที่แตกต่างออกไป…

 

อีกหนึ่งปัญหาที่ชาวเมืองพบคือ… การเผาศพผู้เสียชีวิต เนื่องจากอากาศหนาวเกินไปการจะเผาแต่ละครั้งจึงจำเป็นต้องมีน้ำมันและชนวนความร้อนที่มากกว่าการจุดไฟในเขตร้อน

 

แต่ถึงจะหนาวสุดขั้ว ที่นี่ก็ยังมีน้องหมาออกมาวิ่งเล่นกันทั่วเมืองเช่นกันนะ

 

สำหรับหมู่บ้านแห่งนี้ผู้คนกลับแตกต่างออกไป เขาไม่ค่อยพบรอยยิ้มหรือการทักทาย จะเห็นก็แต่ภาพของผู้คนใช้ถุงมืออุงหน้าไว้ตลอดเวลา

 

และอากาศที่หนาวเกินกว่าจะเพาะปลูกได้ ชาวเมืองจึงหันมาทำการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์แทน

 

อาหารจานหลักส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแช่แข็งแบบสดๆ เช่น แซลม่อน ปลาเนื้อขาว หรือแม้แต่ตับม้า

 

ชาวเมืองที่นี่เล่าว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่อุณหภูมิลดลงต่ำกว่า -50 องศาเซลเซียส ร้านค้าและกิจการทุกอย่างจะปิดตัวลงทันที

 

แต่กระนั้นที่นี่ก็มีฤดูร้อนเช่นกัน โดยในแต่ละปีช่วงฤดูร้อนจะมีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 35 องศาเซลเซียส แต่ก็เป็นเพียงช่วงสั้นๆ ในรอบปีเท่านั้น ที่พวกเขาจะได้สัมผัสกับอากาศอบอุ่นขึ้น

 

ที่มา: T+L

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

รวมเนื้อหาของเหล่าแมวเหมียวที่ไม่ได้ทำหน้าที่บนแคทดั๊มบ์แล้ว ถึงตัวเค้าจะจากไป แต่ผลงานที่เค้าสร้างไว้จะอยู่ชั่วนิรันดร์