เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ทีมนักวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอน และมหาวิทยาลัยซัฟฟอล์ก ได้ออกมาประกาศการค้นพบสุดแปลก เมื่อพวกเขาพบว่ากุ้งในแม่น้ำกว่า 15 แห่งในเทศมณฑลซัฟฟอล์กประเทศอังกฤษ มีการปนเปื้อนของสารเสพติดหลายชนิด

 

 

อ้างอิงจากเหล่านักวิทยาศาสตร์ การค้นพบในครั้งนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่พวกเขาออกสำรวจสารมลพิษขนาดเล็ก (Micropollutants) ในสัตว์น้ำ เพื่อหาว่าโรงงานอุตสาหกรรมของมนุษย์ส่งผลเช่นไรกับสัตว์น้ำในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาออกตรวจสอบสัตว์น้ำจริงๆ พวกเขากลับพบว่ากุ้งที่จับมาเป็นตัวอย่างนั้น มีร่องรอยของการปนเปื้อนสารเสพติดจำนวนมาก ทั้งโคเคน เคตามีน (ยาเค) แถมยังมีร่องรอยของยาที่ส่งผลทางประสาท อย่างยาไดอะซีแพม ยาอัลปราโซแลม และยาอื่นๆ ที่อาจมีอันตรายต่อมนุษย์อีกหลายชนิด

ในบรรดาสารแปลกปลอมที่มีการพบในตัวกุ้งนั้น โคเคนเป็นสารที่มีการพบได้มากที่สุด โดยทีมนักวิทยาศาสตร์สามารถพบสารตัวนี้ได้ในตัวอย่างกุ้ง “ทุกตัว” ที่พวกเขาจับมา ซึ่งสร้างความกังวลให้กับทีมวิจัยเป็นอย่างมาก

 

พื้นที่ที่มีการเก็บตัวอย่างกุ้งมาตรวจสอบ

 

จริงอยู่ว่าปริมาณของยาเหล่านี้จะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับที่มนุษย์ใช้ก็ตาม แต่มันก็เป็นปริมาณที่มากพอที่จะทำให้นักวิทยาศาสตร์เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และสัตว์ป่าได้

ทีมนักวิจัยคาดว่าที่กุ้งแม่น้ำมีการปนเปื้อนเช่นนี้ อาจจะมาจากการที่ผู้คนเทสารเสพติดทิ้งลงท่อน้ำด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ซึ่งน่าเสียดายมากที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถติดตามร่องรอยของการปนเปื้อนไปยังแห่งที่มาของสารผิดกฎหมายเหล่านี้ได้

 

 

สิ่งที่พวกเขาทำได้ในปัจจุบัน คือการตั้งความหวังการการค้นพบนี้จะช่วยเตือนให้ผู้คนทราบถึงความเสี่ยงของระบบนิเวศที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ก็เท่านั้น

ส่วนการจะชี้ชัดถึงปริมาณการปนเปื้อนจริงๆ ในระบบนิเวศ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่เหล่านักวิทยาศาสตร์จำเป็นต้องมีการตรวจสอบกันต่อไป

 

ที่มา allthatsinteresting, kcl และ sciencedirect

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...