งานวิจัยเผย การฉีดน้ำยาทำความสะอาดบ้าน อาจมีพิษต่อร่างกาย เท่าสูบบุหรี่ 20 มวนต่อวัน

เดิมทีแล้วก็ใช่ว่าคนเราจะชอบการทำความสะอาดกันทุกคน บางคนก็มองว่ามันเป็นเรื่องน่ารำคาญ บางคนก็มองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่าสนุกเลย แต่ในเวลานี้คนเหล่านั้นอาจจะได้ข้ออ้างที่จะไม่ทำความสะอาดมาเพิ่มอีกข้อแล้วก็ได้

เหตุมีอยู่ว่า งานวิจัยชิ้นหนึ่งในนอร์เวย์พบว่า ผู้หญิงที่ทำความสะอาดที่บ้านจะมีความจุปอดลดลงเร็วกว่าปรกติ 4.3 มิลลิลิตรต่อปี

และสำหรับผู้หญิงที่ทำงานเกี่ยวกับการทำความสะอาด จะมีความจุปอดลดลงเร็วกว่าปรกติ 7.1 มิลลิลิตรต่อปีเลยทีเดียว โดยเทียบได้กับการสูบบุหรี่ยี่สิบมวนต่อวัน

 

 

กลุ่มคนเหล่านั้นยังมีจำนวนผู้เป็นโรคหอบหืดมากกว่าคนปรกติอีกด้วย แต่น่าแปลกที่คนทำความสะอาดที่เป็นผู้ชายนั้น ไม่ได้รับผลกระทบเหล่านี้

 

 

ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ Cecile Svanes จากมหาวิทยาลัย Bergen กล่าวว่า “สารเคมี ที่ใช้สำหรับการทำความสะอาด อาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อปอดของคุณ”

งานวิจัยอีกชิ้นซึ่งตีพิมพ์ใน  American Association for the Advancement of Science (สมาคมอเมริกันเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์) พบว่า 50% ของสารอินทรีย์ระเหยง่ายในอากาศที่ลอสแอนเจลิส นั้นมาจาก สี สารกำจัดศัตรูพืช น้ำยาซักผ้าขาว และน้ำหอม ซึ่งบางส่วนใช้ในส่วนผสมของน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิด

 

 

Oistein Svanes ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานวิจัยนี้กล่าวว่า “ในระยะยาวสารเคมีสำหรับทำความสะอาดอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อปอดของคุณ สารเคมีเหล่านี้ที่จริงแล้วไม่ได้จำเป็นเลย

แค่ผ้าไมโครไฟเบอร์ และน้ำ ก็เพียงพอสำหรับการทำความสะอาดส่วนใหญ่แล้ว”

 

 

 

Sarah MacFadyen จากมูลนิธิปอดของอังกฤษยังกล่าวอีกว่า “การสูดดมมลพิษทางอากาศ อาจส่งผลต่อสุขภาพของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่สภาพปอดไม่ดีอยู่แล้ว 

งานวิจัยนี้ยืนยันว่ามลพิษทางอากาศอาจมาได้จากหลายๆ แหล่ง รวมทั้งจากสี, กาว และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เราใช้ในบ้าน เราควรทำให้บ้านของเรามีอากาศถ่ายเทได้ดี และใช้น้ำยาทำความสะอาดแบบของเหลวแทนแบบฉีด”

 

ที่มา unilad

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....