ย้อนกลับไปในช่วงปีคริสต์ศักราชที่ 1500 ในยุคที่คนเรายังคงอธิบายสิ่งที่ไม่เข้าใจด้วยไสยศาสตร์ ในช่วงยุคสมัยนั้น มีเหล่าผู้หญิงมากมายที่ต้องเสียชีวิตไป

ไม่ว่าจะจากการโดนทรมาน กรีดเลือดกรีดเนื้อ หรือกระทั่งเผาทั้งเป็น นั่นเป็นการกระทำที่เรียกว่าการล่าแม่มด ความโหดร้ายในประวัติศาสตร์ ที่เราหวังกันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง

แต่ใครจะไปคิดกันว่าแนวคิดอันป่าเถื่อนโหดร้ายนี้ จะยังคงอยู่ในยุคปัจจุบันที่วิทยาศาสตร์ก้าวไกล แถมเหยื่อในครั้งนี้ กับเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ เท่านั้นด้วย

 

 

มันเป็นเรื่องใหญ่โตที่เกิดขึ้นในช่วงต้นของศตวรรษที่ 21 ในบริเวณทวีปแอฟริกา และหนักเป็นพิเศษในประเทศไนจีเรียและคองโก

โดยนี่เป็นความเชื่อที่ว่าเด็กกลุ่มหนึ่งจะเกิดมาเป็นผู้มีไสยเวทย์ดำ และเป็นต้นเหตุให้พ่อแม่พี่น้อง หรือคนใกล้ตัวของพวกเขาเสียชีวิต ไม่ว่าจะจากเหตุการณ์ทางธรรมชาติ หรือด้วยน้ำมือของมนุษย์

สิ่งที่ตามมาของความเชื่อนี้คือเด็กกำพร้าจำนวนมากในประเทศโดนกล่าวหาว่าพวกเขาเป็นพ่อมดแม่มด มากขนาดที่ว่าในปี 2014 ประชาชนในกินชาซา เมืองหลวงของประเทศคองโกเกือบ 70% บอกว่าตัวเองรู้จักเด็กอย่างน้อย 1 คนที่โดนกล่าวหาว่าเป็นผู้มีไสยเวทย์ดำ

 

 

การกล่าวหาในปัจจุบันนั้นแทบไม่ต่างไปจากที่เหล่าผู้หญิงผู้โดนหาว่าเป็นแม่มดโดนในอดีต บางครั้งก็จะเป็นการทุบตี หรือทรมานจนกว่าจะมีการยอมรับข้อกล่าวหา

ส่วนเด็กๆ ที่ยอมรับ (เพราะกลัวถูกทำร้าย) ก็มักจะโดนตีตราด้วยเหล็กร้อน เผาทั้งเป็น ปล่อยให้อดอาหาร หรือในกรณีที่ยังมีพ่อแม่อยู่ พวกเขาก็อาจจะโดนพ่อแม่ทิ้งทันที

จากการสำรวจในปี 2008 มีเด็กถูกตีตรากว่า 15,000 คนในรัฐเพียงรัฐเดียวของไนจีเรีย และเชื่อกันว่าตัวเลขของเด็กที่ถูกทารุณจากการกล่าวหาว่าเป็นผู้มีไสยเวทย์ดำจะมีมากกว่าที่เห็นอีกหลายเท่า

 

 

แม้ว่าในปัจจุบันตามเมืองใหญ่จะมีผู้คนพยายามให้ความช่วยเหลือเด็กเหล่านี้แล้วก็ตาม แต่ในชนบท กลับยังมีเด็กถูกทารุณเพิ่มขึ้นทุกวัน

คนกลุ่มเล็กๆ ที่เขาไปช่วยเด็กมักจะถูกชาวบ้านมองว่านอกรีตและสนับสนุนมนตร์ดำ จนบางครั้งก็บานปลายรุนแรงจนถึงขั้นใช้กำลังเลยก็มี

หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปอาจไม่เป็นการดีต่อเด็กๆ ก็เป็นได้ จะเกิดอะไรขึ้นหากท้ายที่สุดแม้แต่ตัวผู้ถูกกล่าวหาเองก็เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้ใช้ไสยเวทย์ดำขึ้นมาจริงๆ

หากเด็กๆ เหล่านั้นชื่อว่าตัวเองเกิดมาเพื่อทำเรื่องเลวร้าย อนาคตของสังคมจะยังเหลือเรื่องน่าชื่นชมอยู่อีกหรือ?

 

 

ที่มา bbcsafechildafricawikipedia

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...