เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องของคุณลุง Zhong Xiaowei อายุ 54 ปี ผู้ที่ต้องทนทุกข์กับการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความกังวลมานานกว่า 7 ปี หลังจากที่เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเขาติดเชื้อ HIV

คุณลุงท่านนี้ได้ออกมาเปิดเผยประวัติชีวิตของเขาว่า เขาเกิดในปี 1963 เป็นหนึ่งในบรรดาพี่น้อง 5 คน พ่อของเขาจากไปด้วยโรคมะเร็งปอด เขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับแม่และพี่น้อง ฐานะของเขานั้นยากจนมาก ต้องลาออกจากโรงเรียนมาเพื่อทำงานเพื่อที่จะได้มีข้าวกินในแต่ละวัน

 

 

ช่วงชีวิตวัยรุ่นของเขานั้นก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เขาเริ่มหันเข้าหายาเสพติดเพราะความเบื่อหน่ายในชีวิต เขาเสพเฮโรอีนเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 10 ปี และแล้วเขาก็ได้พบกับหญิงสาวผู้ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตของเขา เขาจึงเลิกยาเสพติดและหันมาเปิดกิจการร้านอาหาร

 

 

เมื่อทั้งสองคบหาดูใจกันมาได้ซักระยะหนึ่ง ทั้งคู่ก็ได้วางแผนที่จะแต่งงานกันในฤดูใบไม้ผลิ ปี 2009 เขาจึงได้ไปตรวจร่างกายก่อนที่จะเริ่มชีวิตคู่ โดยเขาได้ไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเฉิงตู

ซึ่งผลตรวจก็ได้ออกมาปรากฏว่า เขาติดเชื้อ HIV ซึ่งเขาก็ยอมรับโดยดีและคิดว่ามันน่าจะเป็นผลพวงมาจากการการที่เขาเสพเฮโรอีนในช่วงก่อน ผลตรวจทำให้ครอบครัวและแฟนสาวหยุดการติดต่อกับเขาในทันที

 

 

เขาไม่คิดที่จะรักษาเจ้าเชื้อ HIV นี้ โดยเขาได้ออกมาใช้ชีวิตคนเดียว เก็บตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์และไม่ยอมกินยาเพื่อต่อต้านเชื้อใดๆ และนับวันรอความตายไปเรื่อยๆ

ช่วงที่เขาเก็บตัวอยู่คนเดียว เขาจะได้รับเงินสวัสดิการเล็กน้อย ในการดำรงชีพและต้องรายงานตัวทุกปีเพื่อตรวจจำนวน CD4 ที่มีอยู่ในร่างกาย ซึ่งผลการตรวจ HIV ประจำปี 2015 พบว่าเขาไม่มีเชื้อ HIV ในร่างกาย

 

 

ซึ่งมันก็ทำให้เขางงไปสักพักจึงได้ขอให้โรงพยาบาลฮูซีอิในมหาวิทยาลัยเสฉวนเพื่อตรวจเลือดอีกครั้ง ซึ่งผลก็ปรากฏว่าเขาไม่มีเชื้อ HIV จริงๆ

เรื่องนี้จึงทำให้คุณลุงออกมาวางแผนที่จะฟ้องร้องโรงพยาบาลในเฉิงตูเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนในสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปตลอด 7 ปี

ที่มา shanghaiist

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...