“โรคกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ” โรคที่คนทำงานมักจะเป็น และการป้องกันเบื้องต้น

เคยเป็นไหม รู้สึกว่าปวดข้อแขน ข้อมือรู้สึกตึงๆ ชาที่ฝ่ามือ หรือกำมือได้ไม่แน่น นี่คือสัญญาณของอาการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ซึ่งถ้าปล่อยไว้อาจจะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อมือของเรานั่นเอง

ดังนั้นในวันนี้ #เหมียวศรัทธา จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับสิ่งที่อยู่เบื้องหลังของอาการปวดข้อมือเหล่านี้ รวมทั้งวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้อาการเหล่านั้นดีขึ้นด้วยตัวเอง

 

การกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือคืออะไร

“การกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ” หรือ Carpal tunnel syndrome เป็นหนึ่งในกลุ่มอาการที่เรารู้จักกันในชื่อ Office syndrome ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ กับเหล่าผู้ที่ต้องนั่งทำงานในท่าเดิมๆ เป็นเวลานานๆ โดยเฉพาะกับคนที่ต้องทำงานที่เกี่ยวกับการพิมพ์คีย์บอร์ด

 

การกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมืออันตรายอย่างไร

การกดทับประเภทนี้จะทำให้ประสาทหลักของมือถูกบีบอัด ทำให้รู้สึกชา ปวด เจ็บ หรือเป็นเหน็บบริเวณมือกับแขน โดยอาการอาจจะค่อยๆ หนักขึ้นได้ตามกาลเวลา จนบางครั้งอาจจะต้องมีการรักษาด้วยการใช้ยา เข้าเฝือก หรือแม้แต่การผ่าตัดหากอาการรุนแรงจนเกินไป

 

การป้องกันและลดอาการปวดเบื้องต้น

หากยังไม่มีอาการรุนแรงอาการของการกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ สามารถป้องกันได้โดย

1. พักมือบ่อยๆ

เพราะว่าการทำงานที่อาศัยการเคลื่อนไหวมือซ้ำๆ อย่างการพิมพ์ จะมีผลกระทบที่ข้อมือเป็นอย่างมาก ดังนั้นหากต้องทำงานเป็นเวลานาน การให้เวลาพักข้อมือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยควรจะมีการพักออกกำลังกายง่ายๆ ทุกๆ 2-3 ชั่วโมงนั่นเอง

 

2. ทำข้อมือให้ตรงเวลาทำงาน

กดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือนั้นมักจะมาจากการพับงอของข้อมือโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้นการพิมพ์โดยทำให้ฝ่ามือขนานกับคีย์บอร์ดจึงเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้เป็นอย่างดี

 

3. บริหารข้อมือเป็นพักๆ

การบริหารข้อมือนั้นแม้จะดูธรรมดา แต่มันก็ช่วยได้มากกว่าที่คิด เพราะการยืดกล้ามเนื้อจะทำให้ส่วนที่พับงอในระหว่างทำงานได้มีโอกาสคลายตัว ลดโอกาสการกดทับเส้นประสาทได้เป็นอย่างดี

 

4. นั่งให้ถูกท่า

การนั่งให้ถูกท่าทำได้โดยการนั่งหลังตรง ไม่ค้อมตัวไปจ้องจอคอมจะทำให้ตำแหน่งในการวางมือของเราอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังลดการถูกบีบของหัวไหล่ได้เป็นอย่างดี

 

เพียงเท่านี้เพื่อนๆ ก็จะลดอาการปวดมือลงไปได้ไม่ยาก

แต่ถ้ายังไม่หาย แนะนำให้ไปปรึกษาแพทย์ดีกว่านะ

 

ที่มา brightside, tiresandparts

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....