อีกหนึ่งไอเดียเจ๋งๆ ที่ไม่เหมือนใคร เมื่อคุณครูอยากมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับเหล่าลูกศิษย์ เป็นเหมือนโบนัสรับขวัญปีใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “การ์ดเกม”?!

เรากำลังพูดถึงผลงานไอเดียของอาจารย์ คำรณ ผึ่งผาย หรือที่รู้จักกันในชื่อ ครูติน คุณครูวัย 26 ปีประจำภาควิชาภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา จ.สมุทรสาคร

ครูตินได้โพสต์แบ่งปันเรื่องราวการประยุกต์ใช้ “การ์ดเกม” ให้กลายเป็นของรางวัลสุดพิเศษแก่นักเรียนทุกคน

 

โฉมหน้าของ “ครูติน” เจ้าของไอเดียดังกล่าว

 

โพสต์ของคุณครู

 

หน้าตาของการ์ดเกมที่ครูตินทำขึ้นมา

 

แต่ละใบก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันออกไป

 

ถ้าเป็นสมัยเรียน #เหมียวตะปู อยากได้ใบนี้ตุนไว้สัก 10 ใบเลย

 

ไอเดียของคุณครูได้ถูกแชร์ออกไปแล้วมากกว่า 7,500 ครั้ง หลายๆ คนต่างเข้ามาชื่นชมในผลงานความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถนำมาปรับใช้กับเด็กได้จริงๆ

แถมท้ายด้วยบทสัมภาษณ์สุดพิเศษที่ #เหมียวตะปู ได้ติดต่อสอบถามกับครูตินด้วยตนเอง เกี่ยวกับเรื่องแรงบันดาลใจ และผลตอบรับที่ได้จากเหล่านักเรียน ลองไปดูกันดีกว่าว่าครูตินเขาตอบว่าไงบ้าง…

 

แรงบันดาลใจของการประยุกต์ใช้การ์ดเกม

ครูตินบอกว่า “เรารู้สึกว่าหลังปีใหม่ก็อยากจะให้ของขวัญแก่นักเรียน และได้ไปเจอเข้ากับการ์ดเกมพอดี ซึ่งในตอนนั้นก็คิดว่าเด็กๆ คงจะไม่อยากได้ขนมหรือลูกอมกันสักเท่าไหร่ จึงนำการ์ดเกมที่เห็นนั้นมาประยุกต์ใช้ในลักษณะนี้”

“จุดประสงค์คือต้องการที่จะให้นักเรียนได้ผ่อนคลายหลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นช่วงวันหยุดปีใหม่มา การ์ดที่ทำขึ้นจึงเป็นเหมือนกับรางวัลให้พวกเขา”

 

 

ผลตอบรับที่ได้จากนักเรียน

“ผลตอบรับดีเกินคาดมากๆ ลูกศิษย์ของเราชื่นชอบและรู้สึกตื่นเต้น มีความตั้งใจและพยายามที่จะทำกิจกรรมหรืองานให้สำเร็จตามเงื่อนไข เพื่อให้ได้การ์ดที่เล็งเอาไว้อยู่ก่อน”

“เด็กๆ ยังเอาการ์ดที่ได้ไปยื่นใช้กับคุณครูวิชาอื่นๆ ด้วย ซึ่งนั่นก็ทำเอาคุณครูบางคนถึงกับงง ไม่รู้ว่าคือการ์ดอะไร จนพอได้ทราบปุ๊บ คุณครูบางท่านก็เริ่มที่จะนำวิธีการเดียวกันนี้ไปเป็นไอเดียทำการ์ดขึ้นมาเป็นของตัวเองบ้าง”

 

 

คุณครูตินมองว่าแรงจูงใจในการเรียนเป็นเรื่องสำคัญ และบอกว่าการ์ดเกมนี้คือตัวช่วยในการเสริมสร้างแรงจูงใจให้กับลูกศิษย์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กๆ ทุกคน

นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งวิธีการที่น่าสนใจ เมื่อคุณครูตินได้เล่าให้ฟังถึง “สมุดสะสมสติกเกอร์” เมื่อเด็กเข้าเรียนหรือทำโจทย์ได้ก็จะได้รับสติกเกอร์ ซึ่งสามารถนำไปแลกเป็นของรางวัลอย่าง สายรัดข้อมือของโรงเรียน หรือกระเป๋าผ้าได้

 

 

สุดท้ายนี้ ครูตินก็ฝากถึงเพื่อนๆ ทุกคนว่า…

“สิ่งสำคัญคือการให้เด็กๆ เป็นที่ตั้ง เอาพวกเขาเป็นหลัก ดูว่าพวกเขาแต่ละคนมีลักษณะเป็นอย่างไร เพราะแน่นอนว่าทุกคนย่อมมีความต้องการหรือระดับแรงจูงใจที่แตกต่างกันออกไป”

“นอกจากนั้นในปัจจุบัน หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วิธีการที่ใช้ก็อาจจะต้องเปลี่ยนตาม เราต้องไม่ลืมที่จะขุดใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมอยู่เสมอ”

 

โพสต์ต้นฉบับ

 

ที่มา: Kamron Phungphai

เรียบเรียงโดย #เหมียวตะปู

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...