ได้เกิดเหตุการณ์น่าสลดขึ้นกับนางสาว Chen Lidan อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบิน Sichuan Airline ที่ผลัดตกลงมาจากชั้น 6 ของโรงแรม ในเดือนพฤษภาคม 2015

เหตุเกิดขึ้นที่เมืองซานย่า มณฑลไหหลำ ประเทศจีน มีรายงานว่านางสาว Chen พยายามปีนขึ้นโรงแรมผ่านทางเครื่องปรับอากาศและผลัดตกลงมา

 

 

นางสาว Hu Ruiyun ญาติของนางสาว Chen เผยว่าในวันดังกล่าวเป็นวันทำงานของเธอ และเธอก็ได้เข้าเช็คอินโรงแรมกับเพื่อนร่วมงาน

แต่ครอบครัวไม่รู้ว่า สาเหตุที่ทำให้นางสาว Chen กระทำเช่นนั้นคืออะไร และเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น เนื่องจากตำรวจปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล

 

 

ครอบครัวของเธอกล่าวว่า จากอุบัติเหตุทำให้หน้าของนางสาว Chen เสียหาย ฟันทุกซี่หลุดออกไป และรูปทรงศีรษะของเธอก็เปลี่ยนรูปไปอย่างสิ้นเชิง

นางสาว Chen ได้รับการผ่าเปิดกระโหลกอย่างเร่งด่วนหลังเกิดเหตุ ก่อนที่จะถูกเคลื่อนย้ายมาที่โรงพยาบาล West China ที่มณฑลเสฉวนบ้านเกิดของเธอเพื่อเริ่มขั้นตอนฟื้นฟูกระโหลก

 

 

นางสาว Hu เผยว่าหมอได้ปรับโครงกระดูกโครงหน้าของเธอ และสร้างหน้าของเธอขึ้นมาใหม่ด้วยเทคโนโลยีสแกนสามมิติ โดยนางสาว Chen ผ่านการรักษาทางการแพทย์มาแล้วกว่า 2 ปี

นอกจากหน้าตาจะเสียหายแล้ว สมองของนางสาว Chen ยังได้รับการกระทบกระเทือน ทำให้สูญเสียความทรงจำ ความสามารถในการเรียนรู้ และการมองเห็นได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง

มีรายงานว่าเธอสามารถจำชื่อและอายุของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถนึกย้อนกลับไปได้ว่าทำไมเธอถึงตกลงมาในวันนั้น

 

รูปซ้าย: หน้าตาเก่าของนางสาว Chen รูปขวา: หน้าตาใหม่หลังผ่าตัด

 

ปัจจุบันนางสาว Chen ได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติแล้วหลังหมอได้ฝังเข็มเหล็กเข้าไปในหน้าของเธอกว่า 300 เล่มเพื่อปรับหน้าตาของเธอ

เมื่อพูดถึงหน้าตาใหม่ของเธอ นางสาว Chen คิดว่าเธอกลับมาหน้าตาเหมือนเมื่อก่อน ก่อนหน้านี้เธอเคยสวยและปัจจุบันก็ยังคงสวยอยู่

 

พ่อของนางสาว Chen ออกมาปฏิเสธข่าวลือว่าลูกสาวของตนฆ่าตัวตาย

 

ตำรวจเมืองซานย่าได้ระบุว่าเคสนี้คือการฆ่าตัวตาย แต่ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลกับครอบครัวของนางสาว Chen อ้างอิงจากคำกล่าวของนางสาว Hu แต่ทางด้านครอบครัวของเธอก็ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าว

Chen Shengchang พ่อของนางสาว Chen กล่าวว่าในช่วงเวลานั้นลูกสาวของเขาและแฟนหนุ่มกำลังมีสัมพันธ์ที่ดีมาก แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวตกตึก แต่จะตามหาความจริงให้ได้

 

ที่มา: dailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...