[บทความต่อไปนี้อาจมีภาพชวนขยะแขยง ที่ต้องใช้วิจารณญาณในการรับชม]

 

เรื่องราวต่อไปนี้อาจทำให้คุณเกิดอาการวิตกกังวลว่าสิวหัวดำหรือตุ่มนูนต่างๆ บนใบหน้าอาจจะร้ายแรงกว่าที่คิดก็ได้ เพราะนี่คือเรื่องราวของหญิงสาวชาวรัสเซียวัย 32 ปีคนหนึ่งที่มีตุ่มนูนขึ้นบนใบหน้าบริเวณใต้ตา แต่วันต่อมามันดันขยับไปอยู่บนเปลือกตาและริมฝีปาก!?

 

 

ตามรายงานบอกว่าหญิงสาวรายนี้มีอาการประหลาดที่พบได้ยาก เธอพบว่ามีก้อนนูนขึ้นมาบนใบหน้านานราวๆ 2 สัปดาห์ เธอเลยไปหาหมอตาเพื่อตรวจดูว่ามันคืออะไร เมื่อตรวจดูอย่างละเอียดก็พบว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้ผิวหนังของเธอคือหนอนพยาธิ

ในตอนแรกหญิงสาวบอกว่าเธอสังเกตเห็นมันเป็นตุ่มเล็กๆ อยู่ที่บริเวณใต้ตา แต่หลังจากนั้น 5 วันมันก็ขยับขึ้นไปอยู่ที่บริเวณเปลือกตา มันบวมอยู่แบบนั้น 10 วัน จากนั้นตุ่มที่ว่านี้ก็ยุบลงไป แต่ดันย้ายมาอยู่ที่ริมฝีปากของเธอแทน

 

 

หมอของเธอเห็นว่าตุ่มหรือความบวมเป่งนี้สามารถเคลื่อนที่ได้ และหากเธอไม่ได้รับการรักษาล่ะก็อาจทำให้เธอตาบอดได้ หมอจึงตัดสินใจผ่าตัดเอาหนอนพยาธิออกจากใบหน้าของหญิงสาวรายนี้

ยังไม่มีใครทราบว่าเจ้าหนอนตัวนี้เข้าไปอยู่ในใบหน้าของหญิงสาวได้อย่างไร แต่เธอก็บอกว่าพอจะจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยเดินทางไปย่านชนบทของรัสเซีย ซึ่งตอนนั้นเธอถูกยุงกัดเข้าเลยอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเจ้าหนอนปรสิต

 

 

มีการระบุว่าเจ้าพยาธิชนิดนี้มีชื่อว่าหนอนพยาธิไดโรฟิลาเรีย (Dirofilaria Repens) ซึ่งพบได้ตามสุนัขและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พวกมันจะวางไข่ไว้ในตัวของยุง

เมื่อไหร่ก็ตามที่ยุงไปกัดเข้าก็จะเป็นการถ่ายเทไข่ออกจากตัวของพวกมัน จากนั้นมันก็จะไปเติบโตต่อและดูดซึมสารอาหารอยู่ภายใต้ผิวหนังของสัตว์ชนิดนั้น พวกมันสามารถเติบโตอยู่ใต้ชั้นผิวหนังได้นานถึง 8 ปีเลยทีเดียว

 

 

แม้ว่าอาจจะพบได้ยาก แต่หากใครเจออาการแบบนี้ก็รีบไปหาหมอโดยด่วนเลยนะ

ที่มา metro

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด