บทเรียนราคาแพง?! ร้านหม้อไฟชื่อดังถึงกับเจ๊ง หลังปล่อยโปรโมชั่นทานบุฟเฟ่ต์ได้แค่ 11 วัน

การทำธุรกิจอะไรสักอย่างไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กๆ หรือธุรกิจที่ใหญ่คับฟ้า เราต้องพยายามก่อข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะว่าบางทีข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ นี้อาจจะส่งผลเสียระยะยาวต่อองค์กรของเราหรืออาจทำให้เจ๊งไปเลยก็เป็นได้..

และร้านอาหารแห่งนี้ก็เป็นอุทาหรณ์สอนใจเราในการทำธุรกิจได้เป็นอย่างดี ว่าควรจะรอบคอบขนาดไหน เพราะว่าร้านอาหารแห่งนี้ต้องเป็นหนี้ธนาคารมหาศาลจนแทบล้มละลาย หลังจากเปลี่ยนโปรโมชั่นเรียกแขกแล้วเกิดมีช่องโหว่ขึ้น!!

 

 

โดยนี่เป็นเรื่องของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน ประเทศจีน ชื่อว่า Jiamen’er ร้านอาหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะร้านหม้อไฟอันเผ็ดร้อน

และในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ทางร้านแห่งนี้ก็จะได้ออกโปรโมชั่นใหม่เสนอให้แก่ทางลูกค้า เมื่อพวกเขาได้ทำระบบสมาชิกขึ้นมา โดยมีค่าเป็นสมาชิกอยู่ที่ 120 หยวน (ประมาณ 610 บาท) ต่อเดือน ซึ่งด้วยราคานี้จะทำให้สมาชิกสามารถกินแบบบุฟเฟ่ต์ได้มากเท่าที่ต้องการ

 

 

ทว่าอันที่จริงแล้วโปรโมชั่นนี้ได้ออกมาเพื่อมีเป้าหมายเป็นการกอบกู้ร้านอาหารให้พ้นจากวิกฤติ เนื่องจากมียอดขายตกต่ำเป็นอย่างมากตั้งแต่เปิดให้บริการในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา จากคำบอกเล่าของ Su Zhe หุ้นส่วนร้านอาหารแห่งนี้

ซึ่งในตอนแรกที่มีโปรโมชั่นนี้ออกมาก็มีผู้คนสนใจเข้ามาใช้บริการอย่างมากมาย โดยบางครั้งก็มีคนเข้ามากินอาหารถึงมากกว่า 500 คนต่อวันเลยทีเดียว

 

 

แต่ก็ปรากฏว่านอกจากความยากลำบากในการบริการลูกค้าแล้ว ทางลูกค้าเองก็ยังพบช่องโหว่จากบัตรสมาชิกของร้านแห่งนี้ ซึ่งต่อมาภายหลังมันได้กลายเป็นหายนะสำหรับร้านไปเลย

เพราะว่าบัตรสมาชิกของร้านอาหารดังกล่าว ไม่มีการติดรูปถ่ายหรือสิ่งใดเพื่อเป็นการยืนยันตนได้เลย ดังนั้นแล้วนอกจากสมาชิกบางคนจะอยู่ภายในร้านทั้งวันเพราะไม่มีการจำกัดเวลา ยังมีสมาชิกบางคนที่เอาบัตรสมาชิกของตนให้แก่คนอื่นๆ ยืม เพื่อหมุนเวียนไปกินอาหารที่ร้านนี้แบบฟรีๆ ด้วย

 

 

“กุญแจที่นำไปสู่ความล้มเหลวของเรานั้นก็คือความที่เราไม่มีระบบการจดจำใบหน้า” หนึ่งในหุ้นส่วนเจ้าของร้านแห่งนี้กล่าว

โดยโปรโมชั่นระบบสมาชิกนี้ทางร้านได้ขายได้กว่า 1,700 ใบ ทว่าในท้ายที่สุดแล้วทางร้านก็ต้องประสบกับปัญหาหนี้สินที่ติดค้างธนาคารอยู่ถึง 500,000 หยวน (ประมาณ 2.5 ล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียง 11 วันหลังจากออกโปรโมชั่นนี้เท่านั้น

 

 

และจากปัญหาที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทางร้านต้องปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดายเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ถึงแม้ว่าจะจบได้ไม่ค่อยสวยนัก ทว่า Su ก็ยังบอกว่าความผิดพลาดนี้จะกลายเป็นบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับพวกเขาเลย แถมยังบอกด้วยว่ามันไม่สามารถหยุดความคิดที่จะเปิดร้านอาหารในอนาคตของพวกเขาได้ด้วย

“ปัญหาหลักของพวกเราคือทักษะในระบบการจัดการ มันเป็นบทเรียนที่มีค่ามากจริงๆ” Su กล่าว

 

สู้ๆ นะครับล้มแล้วต้องลุกอย่างนี้แหละ…

ที่มา: nextshark, people daily, dailymail

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....