ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2007 ได้เกิดคดีสุดสะเทือนใจหลังจากที่ Charity Lee ได้รับข่าวที่ทำให้หัวใจแตกสลายจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้โทรแจ้งข่าวร้ายกับเธอว่า Ella ลูกสาววัย 3 ขวบของเธอถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตและสิ่งที่ไม่น่าเชื่อไปกว่านั้นคือผู้ที่ก่อเหตุนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือ Paris Bennett ลูกชายคนโตอายุ 13 ปีของเธอนั่นเอง

 

 

ข่าวร้ายนี้ทำให้ผู้เป็นแม่อย่างเธอต้องเครียดอย่างหนักที่ต้องมาเสียลูกสาวไปด้วยน้ำมือของลูกชายของเธอเอง เธอได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์ที่เธอจะไม่มีวันลืมเลยผ่านทางเว็บไซต์ Mirror  ซึ่งก็เป็นเวลา 10 ปี แล้วที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกแย่ๆ ของเธอ

 

 

เรื่องราวทั้งหมดนี้เริ่มมาจากที่นาง Charity ได้ออกไปทำงาน ปล่อยให้ลูกทั้งสองคนอยู่กับพี่เลี้ยงในบ้านในเมืองอาบีลีน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่เธอก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์โศกนาฏกรรมนี้จะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เพราะเธอก็ไว้วางใจพี่เลี้ยงและลูกชายของเธอที่ต้องช่วยกันดูแลน้องสาวสุดน่ารัก

แต่ทว่าเด็กที่มีไอคิว 141 อย่างเด็กชาย Paris ก็ได้ใช้ความฉลาดของเขาในการวางแผนฆ่าน้องสาวของเขา โดยหลอกล่อให้พี่เลี้ยงกลับบ้านไป จากนั้นก็เดินเข้าไปที่ห้องนอนของน้องสาว และเขาก็เริ่มทุบที ทำร้ายร่างกายต่างๆ นานา จากนั้นก็ใช้มีดทำครัวแทงเข้าร่างน้อยๆ ของน้องสาวถึง 17 ครั้ง

 

 

ความอำมหิตของเด็กวัย 13 ขวบที่ไม่มีทีท่าว่าจะสลดเลย เขาทำทีเป็นโทรศัพท์หาเพื่อน และเรียกตำรวจมาที่บ้าน โดยได้รายงานว่าเขาพบเจอน้องสาวในสภาพเลือดท่วมร่างและเขาได้ทำการ CPR แล้วแต่น้องสาวก็หมดลมหายใจไป

สิ่งที่เธอได้รับทราบหลังจากการจับกุมลูกชายของเธอคือ เด็กชายได้กล่าวกับตำรวจไว้ว่า เขาตื่นมาพร้อมกับความรู้สึกอยากฆ่าใครสักคน เดิมทีเขาวางแผนไว้ว่าจะฆ่าแม่ของเขาหลังจากที่เธอกลับมาจากที่ทำงาน แต่เขาดันคิดไว้ว่า ถ้าเขาฆ่าเธอไปเธอจะได้รับความทรมานเพียงแค่ไม่กี่นาที แต่ทว่าถ้าเขาฆ่าสิ่งที่เธอรัก นั่นก็คือน้องสาวของเขา แม่จะต้องตกอยู่กับความทุกข์ทรมานไปอีกหลายปี

 

 

ผู้เป็นแม่ก็ทำได้แต่เพียงร้องไห้กับสิ่งที่ลูกชายเธอคิด เธอได้ขอให้ทางนักจิตวิทยาช่วยประเมินสภาพจิตใจของลูกชายว่ามีอาการทางจิตหรือไม่ ซึ่งผลก็ออกมาคือ ลูกชายของเธอมีพฤติกรรมต่อต้านสังคมและไม่รู้สึกผิดต่อศีลธรรมกับการกระทำที่เขาได้ทำลงไป

 

 

เด็กชายถูกตัดสินให้ถูกจำคุก 40 ปี ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดแม้แต่น้อยและไม่ยอมรับว่าตัวเองมีอาการทางจิตด้วย โดยทางผู้เป็นแม่ที่ต้องตกอยู่ในอาการโศกเศร้าก็ยังเลือกที่จะให้อภัยลูกชายและหมั่นไปเยี่ยมเขาอยู่เสมอ และได้ใช้เรื่องราวของเธอนี้มาเผยแพร่ในสารคดีชุด “The Family I Had” และเธอยังเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือครอบครัวอื่นๆ ด้วยการจัดตั้งองค์กรการกุศลเพื่ออุทิศให้กับลูกสาวของเธอที่จากไป

 

ที่มา mirror

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...