โรคมะเร็งเป็นโรคร้ายชนิดหนึ่ง ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งจะมีการแบ่งเซลล์ผิดปกติ จนเกิดเป็นเนื้องอกร้ายในร่างกาย และอาจลุกลามไปยังส่วนต่างๆ จึงถือว่าเป็นโรคที่น่ากลัวที่สุดโรคหนึ่ง ที่พรากชีวิตคนจำนวนไม่น้อยไปจากโลกใบนี้

หากป่วยเป็นมะเร็งระยะร้ายแรงแล้ว ผู้ป่วยมักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นานนัก แต่ถ้าได้รับกำลังใจที่ดีพอ อาจจะเป็นแรงผลักดันให้ผู้ป่วยมีชีวิตรอดได้นานราวกับปาฏิหาริย์ก็ได้ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวคู่นี้ อาจจะเป็นตัวอย่างที่ดีของเหตุการณ์ดังกล่าว

 

David และ Heather Mosher

 

เจ้าสาว Heather Mosher ป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิ้ลเนกาทีฟ แต่เธอมีชีวิตรอดได้ยาวนานกว่าที่หมอคาดการณ์ไว้ เนื่องจากเธอได้รับกำลังใจอันล้นหลามจากคนรัก David Mosher

ทั้งคู่พบกันในชั้นเรียนสวิงแดนซ์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 หลังจากนั้นทั้งสองก็หลงรักกันหัวปักหัวปำ กลายเป็นคู่รักที่ตัวติดกันตลอดเวลาเลยทีเดียว ดังที่ David เล่าว่า “หลังจากเราพบกันแล้ว ก็เหมือนว่าเราแยกจากกันไม่ได้เลย”

แต่เรื่องราวรักหวานชื่นของทั้งคู่ก็ดำเนินมาได้ไม่นาน เพราะเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2016 แพทย์ก็ได้แจ้งข่าวร้ายกับพวกเขาว่า แฟนสาวป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม

 

 

ถึงแม้จะรู้ว่าแฟนสาวป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะปล่อยให้เธอต่อสู้กับโรคนี้เพียงลำพัง เขาตัดสินใจขอหมั้นเธอในวันเดียวกันที่เธอรู้ข่าวว่าเป็นมะเร็งเลย เขาเล่าว่า “เธอไม่รู้มาก่อนว่าผมจะขอหมั้นคืนนั้น แต่ผมอยากให้เธอรู้ว่า เธอจะไม่ต้องต่อสู้กับโรคนี้คนเดียว”

จากนั้นเขาจึงขอเธอแต่งงานอย่างโรแมนติกบนรถม้าดังที่ชายหนุ่มเล่าว่า “ผมจัดเตรียมรถม้าไว้สำหรับเราสองคนแล้ว ในคืนนั้นระหว่างที่เรากำลังนั่งรถม้าไปในถนนที่มีเพียงแสงไฟ ผมก็ขอเธอหมั้นทันทีเลย”

ทว่าข่าวร้ายเรื่องโรคมะเร็งเต้านมยังไม่จบสิ้น ห้าวันหลังจากเขาขอเธอหมั้นแล้ว หมอตรวจพบว่าเธอเป็น มะเร็งเต้านมชนิดทริปเปิลเนกาทีฟ (Tripple Negative Breast Cancer) ซึ่งถือว่าเป็นมะเร็งเต้านมที่รุนแรงกว่าแบบทั่วไป

 

 

จากนั้นเป็นต้นมาพวกเขาก็ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งอย่างหนัก แต่ดูเหมือนว่าโรคร้ายนี้ยังไม่หยุดคุกคามเธอสักที ต่อมาในเดือนกันยายน 2017 แพทย์ก็พบอีกว่ามะเร็งได้ลุกลามไปยังสมองของเธอเสียแล้ว

David บอกว่า “เราเจอเนื้องอกในสมองของเธอ หลังจากนั้นแค่ 2 เดือน เธอก็อาการทรุดลงมาก จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ”

อย่างไรก็ตาม ความรักและกำลังใจที่ชายหนุ่มมอบให้กับคนรักไม่ได้เสียเปล่าซะทีเดียว จากเดิมที่หมอวินิจฉัยไว้ว่า Heather น่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเดือนตุลาคม 2017 แต่เธอก็สู้กับโรคร้ายนี้จนมีชีวิตรอดมาได้จนถึงเดือนธันวาคมปีเดียวกันเลย

 

 

ชายหนุ่มเล่าว่า “เธอเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก เป็นคนอื่นคงถอดใจยอมแพ้ไปนานแล้ว แต่เธอก็ยังมีชีวิตรอดได้ หมอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอรอดมานานขนาดนี้ได้ยังไง”

David ตั้งใจว่าจะขอ Heather แต่งงานในวันที่ 30 ธันวาคม 2017 เพื่อให้เธอรู้ว่าเขารักเธอมาก แต่ด้วยอาการของเธอที่ทรุดลง หมอจึงแนะนำให้เจ้าบ่าวเลื่อนวันแต่งงานมาให้เร็วขึ้น

ดังที่เขาบอกว่า “หมอบอกผมว่าเขารู้ว่าผมอยากจัดงานแต่งงานในวันที่ 30 ธันวาคม แต่ถ้ายังอยากแต่งงานอยู่ละก็ ควรจะเลื่อนให้มันเร็วขึ้นกว่านี้” เขาจึงได้เลื่อนวันแต่งงานมาเป็นวันที่ 22 ธันวาคม 2017

 

 

พวกเขาแต่งงานกันที่โรงพยาบาล St. Francis Hospital ในกรุงฮาร์ตฟอร์ด รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเจ้าบ่าวแต่งชุดทักซิโด้เรียบง่าย และเจ้าสาวแต่งกายในชุดแต่งงานสีครีมและยังคงสวมเครื่องช่วยหายใจอยู่

ทั้งคู่ร่วมงานแต่งงานและกล่าวคำสัตย์ต่อกันว่าจะอยู่ด้วยกันในฐานะคู่รัก ไม่ว่าจะในยามทุกข์หรือสุข และจะรักกันจวบจนชีวิตจะหาไม่ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ตัดเค้กแต่งงานร่วมกันอย่างมีความสุข แต่คงไม่มีใครคิดว่าคำสัตย์นั้น จะเป็นคำพูดสุดท้ายก่อนจากโลกนี้ไปของ Heather

 

 

หลังจากงานแต่งงานเพียง 18 ชั่วโมง Heather Mosher ก็ได้เสียชีวิตลงในวันที่ 23 ธันวาคม 2017 แม้ว่าเจ้าบ่าวจะเตรียมใจไว้บ้างแล้ว แต่ก็คงเศร้าไม่น้อยเลยกับการจากไปอย่างกะทันหันของเจ้าสาวหลังจากแต่งงาน

แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ลืมแฟนสาวแต่อย่างใด เขายังคงเก็บแฟนสาวไว้ในใจเสมอ และยึดถือเธอเป็นแบบอย่างในการสู้กับความยากลำบากในชีวิต เมื่อเขาไปร่วมงานศพของเธอ เขาก็เหมือนกับได้เก็บเอาส่วนหนึ่งของจิตใจเธอกลับมาด้วย

เขาบอกว่า “Heather เคยพูดว่า ‘ฉันจะสู้ต่อไป’ และผมจะใช้คำพูดของเธอเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต เธอได้สู้กับโรคร้ายมายาวนานจวบจนวินาทีสุดท้าย ผมเองก็จะสู้จนกว่าจะถึงวันสุดท้ายของผมเช่นกัน”

ที่มา: 9gagdailymail

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...