กินจริงจัง!! เปิดการวิเคราะห์ ดูดชาไข่มุกยังไง ไม่ให้ชาหมดก่อนมุก ตัวแปรจะมีอะไรบ้าง

หากใครในนี้เป็นสาวกชานมไข่มุก น่าจะเข้าใจความรู้สึกว่ากว่าจะดูดได้แต่ละเม็ดมันช่างยากเย็นจริงๆ ซึ่งตอนนี้ปัญหาเหล่านี้ได้ถูกนำมาวิเคราะห์อย่างจริงๆ จังๆ เสียที

ด้วยความสงสัยเหล่านี้จึงทำให้คุณ Krist Wongsuphasawat ได้ลองหาแนวทางในการดื่มชานมไข่มุก ผ่านหลักการกันเลยทีเดียว

ทั้งนี้คุณ Krist ได้แชร์วิธีการดื่มชานมไข่มุกลงบนเว็บไซต์ Medium ซึ่งได้ตอบโจทย์ใครหลายๆ คนที่อยากจะดื่มชานมไข่มุกให้หมดไปพร้อมๆ กันได้อย่างลื่นไหล

 

 

คุณ Krist นักวิศวะวิเคราะห์ข้อมูลได้เผยว่า การดูดชานมไข่มุกอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดคือ “การได้กินตัวไข่มุกมากที่สุด แล้วตามด้วยตัวชาน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

ภาพแทนการกินชานมไข่มุก n แทนชั้นของจำนวนมุก ส่วน Tea Level คือระดับของชา

 

ภาพจำลองสัดส่วนโดย t แทนจำนวนการดูดแต่ละครั้ง

 

ตัวแปรในการกินชานมไข่มุกมีอยู่ 3 อย่าง ดังนี้ (1) ลักษณะความกว้าง x ความยาว ของแก้วชานมไข่มุก (2) อัตราส่วนระหว่างไข่มุก น้ำแข็ง และน้ำชา (3) วิธีการดื่มชาไข่มุกของแต่ละคน

 

ภาพเปรียบเทียบระหว่างแก้วทรงสูง กับแก้วทรงกว้าง

 

จะสังเกตได้ว่าถ้าหากรูปทรงแก้วชาไข่มุก มีลักษณะที่กว้างมากกว่าจะต้องใช้จำนวนการดูดที่มากขึ้นและดูดไข่มุกขึ้นได้ยากกว่า

นอกเหนือจากนี้แล้ว หากมีปริมาณชาที่มากกว่าไข่มุกก็จะมีโอกาสดูดไข่มุกหมดก่อนชา รวมไปถึงตัวแปรน้ำแข็ง ที่อาจจะทำให้ดูดไข่มุกได้ยากในช่วงแรก แต่เมื่อปล่อยให้ละลายไปกับชาจะช่วยเพิ่มโอกาสดูดมุกติดบ่อยขึ้นเช่นกัน

 

ภาพกราฟแสดงว่าในคนหนึ่งคนจะใช้เวลากินไข่มุกหมดเมื่อไร?

 

ให้เปรียบเทียบจากขวาสุดระหว่างปริมาณของน้ำชา น้ำแข็ง และไข่มุก ยิ่งน้ำแข็งกับน้ำชามากยิ่งทำให้หมดช้า เช่นกันกับซ้ายมือสุดน้ำแข็งหรือน้ำชายิ่งน้อยลงมาไข่มุกก็จะหมดไว

 

กราฟแสดงวิธีการดูดไข่มุกแต่ละแบบ

 

ไม่ว่าคุณจะใช้แรงในการดูดไข่มุกมากหรือน้อย ล้วนมีผลลัพธ์แตกต่างกันไป จากกราฟแถวแรกเป็นการดูดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเพราะไม่มีน้ำแข็งในแก้ว

ส่วนแถวที่สองคือดูดน้ำชามากขึ้น (มีมุกเยอะขึ้น) และแถวที่สามได้มีทั้งน้ำชา น้ำแข็ง และไข่มุก และดูดไข่มุกในหนึ่งครั้งให้มากขึ้น…

 

 

ทั้งนี้คุณ Krist ได้สรุปจากกราฟเหล่านี้ไว้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้…

1) แก้วทรงสูงดีกว่าแก้วแนวกว้าง เนื่องจากทำให้ชั้นของชาไข่มุกในแก้วสูงขึ้น และมีพื้นที่ในการควานหาไข่มุกที่เหลือน้อยลง

2) น้ำแข็งไม่ควรเยอะเกินไป ปล่อยให้ลอยอยู่ด้านบนแก้วรอละลายเพิ่มระดับน้ำชา หากคนให้เข้ากันกับชาด้านล่าง จะก่อให้เกิดรสชาติที่เจือจางได้

3) การออกแรงดูดที่หนักแน่นจะมีโอกาสได้ไข่มุกติดมามากกว่า หากดูดเบาๆ จะได้เพียงแค่น้ำชา และทำให้น้ำหมดก่อนไข่มุก

 

อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้ว ลองนำไปทำตามได้แล้วมาดูผลลัพธ์กันว่า คุณจะกินไข่มุกหมดก่อนน้ำชาหรือเปล่า??

 

ที่มา: mediumnextshark

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....