แม่สาว ‘บลูอายส์ไวท์ดราก้อน’ เผยภาพก่อนเปลี่ยนตัวเอง สักลาย-สักตาร่วม 3 แสนบาท!!

ความชื่นชอบที่เริ่มต้นตั้งแต่ในวัย 16 ปี ของ Amber Luke สาววัยรุ่นผู้หันมาสนใจการสักลายบนผิวหนังตัวเอง จนกระทั่ง 7 ปี ผ่านไป Amber ในวัย 23 ปี แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมของเธออีกต่อไปแล้ว

 

 

สาวนักสักลาย รวมทั้งนักเจาะร่างกาย Amber Luke แทบจะเป็นคนละคนกันเลยทีเดียว หลังจากที่ผ่านการลงหมึกบนร่างกายกว่า 50 ครั้ง รวมไปถึงการสักสีฟ้าลงบนนัยน์ตาของตัวเองอีก…

มูลค่าในการสักและเจาะทั้งหมด โดยรวมแล้วจะอยู่ที่ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 328,800 บาท เปลี่ยนสภาพร่างกายของเธอในแบบสุดขีด ทั้งเจาะแยกลิ้นและยืดติ่งหู

 

 

เธอมีฉายาไว้เรียกแทนตัวเองว่า “บลูอายส์ไวท์ดราก้อน” และไม่ได้รู้สึกผิดอะไรกับการที่ตัวเองกลายมาเป็นแบบนี้ “ฉันโคตรจะหลงรักกับภาพลักษณ์ของตัวเองเลยล่ะ”

โดยที่ฉายาดังกล่าวนั้นได้มาจากเพื่อนๆ เพราะด้วยลักษณะดวงตาและลิ้นที่คล้ายคลึงกับมังกร จึงถูกหยิบยกตั้งชื่อให้ไปโดยปริยาย

 

 

เมื่อเธอได้ย้อนกลับมาดูรูปภาพเก่าของตัวเองแล้ว เธอกล่าวว่า “ฉันเห็นตัวเองเป็นประเภทที่ดูธรรมดาทั่วไป หลังจากที่เทียบภาพก่อนและหลังแล้ว ฉันเกลียดสิ่งที่ตัวฉันเคยเป็น มันน่าเบื่อ”

“จนตอนอายุครบ 16 ปี ฉันได้แรงบันดาลใจจากสิ่งรอบข้างเพื่อสักลายจนเริ่มติด พออายุ 18 ก็มีรอยสัก 3 ลายแล้ว อีกทั้งเริ่มเจาะตามมาด้วย จนตอนนี้มีลายมากกว่า 50 ลาย ยังนับเองไม่ได้เลยเนี่ย”

 

 

แต่การจะสักตาของเธอนั้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้ดวงตาถึงขั้นบอดสนิทได้ เพราะจะต้องถูกเข็มสักเจาะเข้าไปในบริเวณนัยน์ตา อันเป็นพื้นที่บอบบางมากๆ

“กระบวนสักตาเสร็จสิ้นภายใน 40 นาที มันหนักหน่วงและเจ็บปวดมาก เพราะตาของฉันต้องเปิดตลอดเมื่อโดนเข็มสักประมาณ 4 ครั้งต่อข้าง ฉันมองอะไรไม่เห็นนานถึง 3 สัปดาห์ พอๆ กันกับผ่าลิ้นที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัว ฉันไม่สามารถพูดหรือกินได้ตลอด 1 สัปดาห์หลังจากนั้น”

 

 

ที่น่าทึ่งก็คือ จากกระบวนการเปลี่ยนแปลงร่างกายของเธอนั้น มีทั้งเพื่อนและครอบครัวคอยสนับสนุนอยู่เสมอ รวมถึงคุณแม่แท้ๆ ที่ไม่ขัดใจอะไรเธอเลยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นมา… ซึ่งเธอก็มีแรงบันดาลใจเป็นพ่อหนุ่ม Ethan Bramble ที่เคยผ่านการสักเปลี่ยนร่างไม่ต่ำกว่า 40 ครั้งเช่นกัน

 

 

แต่สำหรับใครก็ตามที่คิดอยากจะทำตาม เธอกล่าวไว้ว่า “ควรจะศึกษาให้ดีก่อนที่จะคิดทำอะไร ต้องหาช่างสักที่ไว้ใจได้ และที่สำคัญต้องเชื่อมั่นกับคำตัดสินใจของตัวเราเองด้วย”

 

ที่มา: dailymail, unilad

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....