(เนื้อหานี้มีสปอยล์ ถ้ายังไม่ได้ดู Star Wars: The Last Jedi แนะนำให้ดูมาก่อนนะ)

 

เดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 2 แล้วที่หนัง Star Wars: The Last Jedi ได้เข้าฉาย ซึ่งก็ตามที่หลายคนรู้ว่าเสียงตอบรับนั้นได้แตกไปหลากหลายทางมากๆ บ้างก็ชอบ บ้างก็ไม่ชอบดูแล้วหลับ หรือบางคนไม่ชอบแนวทางการเป็นไปของตัวละคร ถึงกับบ่นกันยกใหญ่ว่า

“Disney แมร่มทำหนังในตำนานพังไม่เป็นท่า นี่มันไม่ใช่แนวของ George Lucas”

แต่ว่าล่าสุด Disney ก็ได้ออกมาเปิดเผยแล้วว่า ทิศทางของตัวละครหลัก Luke Skywalker ยอดปรมาจารย์เจไดที่ทุกคนต่างหลงใหลนั้นได้ถูกกำหนดไว้โดยตัว George Lucas ผู้ให้กำเนิด Star Wars เองมาแต่แรกแล้ว

 

 

ที่ Disney ต้องออกมาบอกแบบนั้นก็เพราะว่า ตั้งแต่ Star Wars: The Last Jedi ปล่อยออกมากระแสเกี่ยวกับการตายและการเปลี่ยนแปลงของยอดเจไดที่เคยเป็นถึงฮีโร่สงครามสุดเกร่ง กลายเป็นตาแก่ขี้กลัว รวมถึงตายทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้สู้หรือดวลดาบสักครั้ง มันเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนๆ รับไม่ได้อย่างมาก

 

 

รวมถึงทุกคนต่างโทษว่า JJ. Abrams ผู้มารับไม้ต่อเมื่อตอน The Force Awakens หรือ Rian Johnson ที่มารับช่วงต่อในภาคล่าสุดทำให้ตัวละครที่พวกเขาชอบต้องเปลี่ยนไป

คำอธิบายดังกล่าวนั้นถูกเปิดเผยมาในหนังสือ Art of Star Wars: The Last Jedi ซึ่งวางขายเมื่อ 15 ธันวาคม 2017 โดยเนื้อหากล่าวไว้ว่า

 

 

“ตอนแรกที่พวกเราได้ประชุมเพื่อสร้าง The Force Awakens เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2013 นั้น ตัว George Lucas ได้เป็นคนออกมากำหนดทิศทางของตัวละคร Skywalker เองเลย

โดยเขาคิดไว้แล้วว่า Luke ตอนแก่จะเป็นคนฝึกเจไดคนใหม่ที่ชื่อว่า Kira (ตอนหลังเปลี่ยนเป็น Rey) ซึ่งจะเหตุการณ์นี้จะเกิดหลังภาค Empire Stirke Back 30 ปี โดยภายหลังฝึกเจไดรุ่นใหม่ ตัวเขาจะเกิดผิดหวังในตัวเองและขังตัวไว้ในวิหารเจไดมืดๆ พร้อมตัดสินใจจะนั่งสมาธิอยู่ที่นั่นไปจนตาย”

 

.

.

 

ซึ่งถ้าเราอ่านดูดีๆ เราจะพบว่าแม้เนื้อเรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้แตกต่างมากจากเดิมมากเท่าไหร่เลย สุดท้ายลุคก็กลายเป็นตาแก่ขี้กลัว แถมยังปิดกั้นตัวเองอีก

ที่สำคัญกว่าคือแนวทางดังกล่าวถูกวางไว้ตั้งกะปี 2013 แล้วด้วย (นั่นมันก่อน JJ. Abrams จะประกาศว่าเป็นคนมารับช่วงต่ออีกนะ) แล้วก็ยังมาจากตัว George Lucas เองอีก งานนี้ถ้าจะโทษใครก็คงต้องโทษผู้ให้กำเนิดเองแล้วล่ะ

 

ที่มา birthmoviesdeath,slashfilm

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...