หลังจากที่ประเทศเวเนซุเอลาเกิดวิกฤติไฟฟ้าดับในหลายส่วนของประเทศกว่า 70% เป็นเวลานานกว่า 6 วัน ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

อ่านข่าวเก่าได้ที่นี่: เวเนซุเอลาไฟฟ้าดับติดกัน 6 วัน-ปชช.โยนเงินเกลื่อนถนน เหตุใช้เข้าถึงระบบสาธารณูปโภคไม่ได้

โดยล่าสุด เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2019 ผู้พักอาศัยในเมืองแซนดีเอโก รัฐการาโบโบ ประเทศเวเนซุเอลา ตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่า น้ำที่เคยใช้สำหรับอุปโภค และบริโภคตามปกตินั้นได้กลายเป็นสีดำ!

 

น้ำมันดิบปนเปื้อนในน้ำประปา

 

ประชาชนท้องถิ่นต่างอัพโหลดรูปภาพ และวิดีโอลงสื่อโซเชียลมีเดียถึงปัญหาน้ำสีดำนี้ โดยพวกเขาเชื่อว่ามันถูกปนเปื้อนด้วยน้ำมัน

อันที่จริง เมืองนี้พบปัญหาเรื่องน้ำมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ปัญหานี้กลับแย่ขึ้นไปอีก หลังจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับยาวนานถึง 6 วัน ทำให้ในบางพื้นที่ ไม่มีแม้แต่น้ำจะดื่มด้วยซ้ำ

 

 

นักข่าวท้องถิ่นรายงานเพิ่มเติมว่า “ปัญหาขาดแคลนน้ำในเมืองแซนดีเอโกรุนแรงมาก ไม่เพียงเท่านั้น เมืองวาเลนเซียก็ประสบปัญหานี้มานานแล้วเช่นกัน และยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ”

ความจริงแล้ว ประเทศเวเนซุเอลาถือเป็นแหล่งสำรองน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ประธานาธิบดี Maduro ถูกกล่าวหาว่าบริหารและจัดการไม่ดี ส่งผลให้ประเทศเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจ

 

ถือได้ว่าปัญหาน้ำขาดแคลนได้กลายเป็นหนึ่งในผลกระทบที่รุนแรงที่สุด จากปัญหาไฟฟ้าดับทั่วประเทศ และรัฐบาลของ Maduro กล่าวโทษเหตุวินาศกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ คอยให้การสนับสนุน

 

 

ทั้งนี้ นักวิจารณ์กลับเรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า เป็นผลผลิตมาจากการทุจริตและการขาดความสามารถในการบริหารของ Maduro

ก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าทางประเทศเวเนซุเอลาจะมีมาตรการแก้ปัญหาการขาดแคลนสาธารณูปโภค ของประชาชนในประเทศอย่างไร

 

ที่มา: dailymail, thesun, @damiana0804

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...