ความประทับใจแรกที่ได้เจอกันมักเริ่มที่รูปลักษณ์ภายนอกเสมอ ดังนั้นเจ้าหมาร็อตไวเลอร์ตัวน้อยที่มีฟันยื่นจนดูประหลาดจึงไม่มีใครอยากพาไปเลี้ยงเลย

มันมีฟันยื่นออกมาแบบนี้เนื่องจากเกิดมามีเพดานปากด้านล่างสั้น ในขณะที่หลายคนคิดว่าฟันของมันดูน่าเกลียด ครอบครัวของ Tessie Johnson กลับคิดว่านี่แหละคือความน่ารักของมัน พวกเธอเลยรับมันไปเลี้ยงเอง

 

 

ฟันยื่นแล้วไง น่ารักจะตาย

 

Johnson ตั้งชื่อเจ้าหมาตัวน้อยว่า Biggie มันเป็นหมาที่นอกจากจะมีหน้าตาแปลกเพราะมีฟันยื่นแล้ว นิสัยของมันก็ยังดูประหลาดด้วย

เจ้านายของมันบอกว่านิสัยแปลกๆ ของมันเข้ากับคนในบ้านได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ เพราะพวกเขาก็ค่อนข้างจะบ้าบออยู่บ้างเหมือนกัน บางทีก็เล่นอะไรกันแผลงๆ หรือลุกขึ้นมาเต้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก็มี ซึ่งเจ้า Biggie ก็จะเล่นไปด้วย

 

 

เห็นหน้าตาแบบนี้เราก็เล่นได้ทุกอย่างนะ

 

นอกจากนี้ Biggie ก็ชอบอยู่กับคนในครอบครัวแล้วอ้อนให้พวกเขาลูบมันด้วย แน่นอนว่าพวกเขาก็ยินดีเล่นกับมันทุกเวลาแหละ เพราะท่าทีของมันก็ทำให้พวกเขาดีใจตามไปด้วย

 

 

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ Biggie ก็มีปัญหาอยู่บ้างเหมือนกัน อย่างที่เห็นได้ชัดเลยตอนที่รับมาเลี้ยงใหม่ๆ ก็คือมันหวาดกลัวผู้ชายมากๆ

เห็นแบบนั้นแล้วก็ทำให้ Johnson รู้สึกสงสัยว่ามันอาจจะถูกผู้ชายทำร้ายมาตอนเด็กก็ได้ ก็เลยทำให้มันมีความกลัวติดมาจนถึงตอนนี้

 

 

อย่างไรก็ตามสำหรับน้องชายทั้ง 2 คนของ Johnson เจ้าหมากลับไม่รู้สึกกลัวเลยสักนิด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันมันก็รักพวกเขาแล้ว อาจจะเป็นเพราะมันรู้ว่าพวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันก็ได้นะ

 

มีคนอุ้มแล้วฟินจนแสงออกวิ้งๆ

 

Johnson เคยคิดตอนเอามันมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กว่า ฟันที่ยื่นของมันอาจจะหายไปเองเมื่อโตขึ้นก็ได้ แต่มันไม่เป็นแบบนั้น ยิ่งโตมากขึ้นเท่าไหร่ฟันของมันก็ยิ่งดูเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น

ทว่าฟันยื่นๆ ของมันก็ยังดูน่ารักสำหรับคนในครอบครัวอยู่ดี ยิ่งมันโตมากขึ้นเท่าไหร่พวกเขาก็เลยยิ่งรักรอยยิ้มของเจ้า Biggie มากกว่าเดิม

 

 

จากเดิมที่ไม่มีใครอยากเลี้ยงมัน ตอนนี้เจ้า Biggie เจอครอบครัวที่รักมันยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดแล้ว แถมเจ้าของยังบอกด้วยนะว่ามันเป็นเหมือนตัวกลางที่ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ตอนนี้ Johnson กับคนในครอบครัวต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าไม่มีเจ้า Biggie อยู่ด้วยชีวิตก็คงไม่มีความสุขเหมือนเดิม

 

 

ที่มา: the dodo

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...