ทุกวันนี้ผู้คนทั่วโลกต่างให้ความสนใจในด้านภาษามากขึ้น เพราะภาษานั้นเป็นเครื่องมือสื่อสารที่สำคัญที่สุดสำหรับมนุษย์และหากใครก็ตามสามารถพูดได้หลายภาษา พวกเขาก็มักจะมีความได้เปรียบมากกว่าคนอื่น

หลายคนน่าจะคิดเหมือนกันว่า แล้วถ้าวันนี้เราอยากเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ อายุแบบนี้ยังจะพอทันอยู่มั้ย? และจริงไหมที่ว่า “เด็ก” สามารถเรียนรู้ “ภาษา” ได้อย่างรวดเร็วมากกว่าผู้ใหญ่? ทีมวิจัยของสถาบันต่างๆ ได้ให้คำตอบมาแล้ว

 

“ภาษา” เป็นสิ่งสำคัญในการสื่อสารของมนุษย์มาตั้งแต่โบราณกาล

 

เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา สถาบัน MIT ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาโดยการทดสอบทางออนไลน์กับคนหลายวัยจำนวน 670,000 คน พบว่าช่วงเวลาของการเรียนรู้ภาษาจะเริ่มยากมากขึ้นเมื่อผ่านพ้นช่วงวัยหนึ่งไปแล้ว

ยังทราบอีกว่าช่วงสำคัญที่สุดในการเรียนรู้ให้เทียบเท่าเจ้าของภาษานั้นคือ “ช่วงอายุ 10 ขวบ”

ส่วนคนที่อายุ 18 ปียังพอได้เปรียบในการเริ่มเรียนภาษาใหม่ๆ แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงนั้นแล้วจะเริ่มเรียนรู้ได้ยากมากขึ้น

 

ควรเริ่มเรียนภาษาใหม่ก่อนอายุ 18 ปี

 

อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านพ้นช่วงวัย 18 ปี คนเรายังคงสามารถเข้าใจภาษาใหม่ๆ ได้ไวอยู่ก็จริง แต่จะไม่สามารถเรียนรู้ได้เทียบเท่าเด็กที่ยังพอมีเวลาในการเรียนรู้แบบระยะยาวมากกว่า

 

แต่ถึงอย่างนั้นแล้วเคยมีงานวิจัยจากประเทศอิสราเอลที่ทำการทดสอบกลุ่ม 3 กลุ่มแบ่งออกเป็นช่วงอายุ 8 ปี, 12 ปีและคนหนุ่มสาว (อายุไม่แน่ชัด) เพื่อให้เรียนรู้คำศัพท์ที่คิดขึ้นมาใหม่เองในเวลาไม่กี่นาที

ผลที่ออกมาคือคนหนุ่มสาวสามารถทำเวลาในการจำได้ดีกว่า รองลงมาคือเด็กวัย 12 ปีและท้ายสุดคือช่วงอายุ 8 ปี นั่นหมายความว่าในช่วงระยะเวลาสั้นๆ วัยหนุ่มสาวสามารถ “เลือกจำ” ภาษาใหม่ได้ไวมากกว่านั่นเอง

 

 

เห็นอย่างนี้แล้ววัยผู้ใหญ่ก็ยังพอดีใจกันบ้างแหละ ไม่สายแน่นอนหากเริ่มเรียนตั้งแต่วันนี้เลย

 

ที่มา: bbctechtimes

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...