ปฏิกิริยาของคนรอบข้าง “เมื่อลูกชายยอมรับว่าเป็นเกย์” แต่ครอบครัวกลับไม่เข้าใจและผิดหวัง

ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการผลักดันเรียกร้องความเท่าเทียมในเรื่องเพศทางเลือก หลายๆ ประเทศต่างเริ่มให้การยอมรับมากขึ้น ส่งผลต่อทัศนคติที่เปลี่ยนไปในแง่บวก ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรทุกคนก็ยังคงเป็นมนุษย์เหมือนเดิม…

แต่แท้จริงแล้ว ตามสิ่งที่เราได้เห็นกันผิวเผินว่าการยอมรับเพศสภาพที่แตกต่างนั้น เป็นไปในทิศทางใดๆ มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในชีวิตจริงยังคงมีบางส่วนที่ไม่ยอมรับในสิ่งที่หลายคนเป็นอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ในสถาบันครอบครัว

 

 

ตัวอย่างในการทดลองเปิดใจและเปิดทัศนคติของคนรอบข้าง จากการให้นักแสดงหน้าม้าจัดฉากให้ลูกชายเปิดเผยว่าตนเองเป็นเกย์ต่อหน้าพ่อแม่ ในรายการ What Would You Do

 

 

โดยยกให้เป็นครอบครัวชาวเอเชียที่ไม่ค่อยยอมรับกับเรื่องแบบนี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากในเรื่องของการสืบสกุล การเป็นลูกชายคนเดียว ฯลฯ

การจัดฉากเริ่มขึ้นด้วยการให้ลูกชายพูดเปิดใจว่าตัวเองเป็นเกย์ และให้ผู้เป็นพ่อและแม่แสดงอาการไม่พอใจ กล่าวต่อว่า “มันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ สิ่งที่พ่อแม่พยายามเลี้ยงดูและเสียสละมาต้องเป็นแบบนี้หรือ”

 

 

ในระหว่างที่โต๊ะข้างๆ ได้ยินเรื่องราวการถกเถียงระหว่างครอบครัวหน้าม้าของ Daniel ผู้คนที่อยู่รอบๆ ก็ได้ร่วมแสดงความเห็นกันอย่างมากมาย

 

ตัวอย่างจากคู่รักคู่แรกที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมด เธอกล่าวกับคุณแม่ว่า ‘คุณน่าจะละอายใจตัวเองบ้าง’ แม้จะถูกบอกว่าลูกชายทำให้เธอรู้สึกละอายใจมาก แต่ก็ย้ำตอบว่า ‘มันไม่ใช่เรื่องของคุณ’

 

จนแล้วก็เชิญ Daniel มานั่งร่วมโต๊ะด้วยกันพร้อมกับให้กำลังใจว่า ‘ในทุกวัฒนธรรม ทุกครอบครัวก็ไม่ใช่จะยอมรับได้ทั้งหมด แต่อย่าให้มันมาควบคุมชีวิตเรา จงหาตัวเองให้เจอและมีความสุขกับมัน’

 

รายต่อไปก็ช่วยแนะกับพ่อแม่ว่า ‘คุณควรจะเป็นที่ปรึกษาให้กับเขาเพื่อช่วยให้เขาตัดสินใจได้ และปล่อยให้ลูกชายเป็นคนตัดสินใจเอง’

 

บางคนก็ไม่ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะมีเรื่องทางด้านความเชื่อทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเช่น ‘ผมเชื่อในสิ่งที่อยู่ในคัมภีร์ไบเบิลนะ ว่าการเป็นพวกรักร่วมเพศนั้นบาปต่อพระเจ้า’

 

อย่างไรก็ตาม หญิงชาวอินเดียรายนี้ก็ยอมรับว่า ครอบครัวเธออาจจะไม่โอเคกับเรื่องแบบนี้ แต่เธอก็จะพูดเปิดใจแบบเดียวกัน แม้มันเป็นเรื่องที่ยาก แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองได้

 

และความคิดที่เปิดกว้างกล่าวว่านี่เป็นยุคสมัยปี 2018 แล้ว อะไรก็เปลี่ยนไป รู้สึกภูมิใจที่เขากล้าพูดเปิดใจ เพราะที่ผ่านมาแทบจะไม่มีใครปริปากบอกคนในครอบครัวเลย

 

หญิงสาวคนสุดท้ายถึงกับมานั่งคุยถึงโต๊ะกับ Daniel ว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะเป็นเกย์หรือเป็นเพศไหน สิ่งที่ควรทำก็คือการเป็นตัวของตัวเอง แม้พ่อแม่จะไม่ยอมรับก็ตาม

 

แต่ด้วยความรู้สึกจริงๆ ของคนที่มีเชื้อสายเอเชีย มักจะกล่าวว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องในครอบครัวของคนอื่น เพราะไม่อยากให้เป็นการหักหน้าพ่อแม่ของพวกเขาต่อหน้าคนอื่นๆ เนื่องจากวัฒนธรรมของชาวเอเชียนั้นมองว่าการเป็นเกย์เป็นสิ่งที่น่าอับอาย แต่จะให้กำลังใจกับตัวบุคคลในภายหลังแทน…

 

 

แม้ในไทยอาจจะให้การยอมรับและเปิดกว้างมานานแล้ว แต่ก็อาจจะไม่แฮปปี้ทุกครอบครัวเสมอไป

 

ที่มา: nextshark, What Would You Do? 

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....