ตอนนี้โลกของเราเข้าสู่สภาวะที่ร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากจะร้อนแล้ว ฤดูกาลและสภาพอากาศก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางวันก็ร้อนมาก บางวันดันหนาวจัดแทน อะไรทำนองนี้ ซึ่งจากการกระทำต่างๆ ของมนุษย์ส่งผลทำให้ธรรมชาติได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จนกลายมาเป็นภาวะโลกร้อนที่เรากำลังประสบกันอยู่นี้

 

this-is-climate-change (1)

 

มันอาจจะเป็นเรื่องที่ฟังแล้วเหมือนไกลตัวเราซะเหลือเกิน แต่หารู้ไม่ว่าภัยอันตรายจากผลพวงที่ว่านี้กำลังคลานเข้ามาหาเราอย่างช้าๆ จนเราไม่รู้สึกตัว และยังคงทำร้ายโลกของเราต่อไปเรื่อยๆ ถ้ายังนึกภาพไม่ออก ลองมาเปรียบเทียบสภาพก่อนและหลังของสถานที่เดียวกันที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนกันดีกว่า

 

สภาพของอุทยานแห่งชาติ Rocky Mountain ในอดีต

this-is-climate-change (11)

 

ปัจจุบันอุทยานแห่งชาติ Rocky Mountain ไม่สดใสเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

this-is-climate-change (12)

 

Great Barrier Reef พืดหินแนวปะการังที่ยาวที่สุดในโลกในอดีต

this-is-climate-change (19)

 

ปัจจุบัน ด้วยอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ก่อให้เกิดการฟอกขาวของแนวปะการัง และไม่อาจมีชีวิตรอดต่อไปได้

this-is-climate-change (20)

 

สภาพของแม่น้ำดานูบในอดีต แม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปยุโรป เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรม การขนส่ง การเกษตร และการประมง

this-is-climate-change (17)

 

ปัจจุบันระดับน้ำของแม่น้ำดานูบลดลงไปมาก ยิ่งในช่วงปีค.ศ. 2011 – 2012 จนถึงขั้นกลายเป็นแม่น้ำที่แห้งแล้ง เรือขนส่งต่างๆ ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้

this-is-climate-change (18)

 

เทือกเขาแอลป์ในอดีต ภาพนี้ถ่ายเมื่อปีค.ศ. 1960 หิมะยังคงปกคลุมยอดเขาเต็มเปี่ยม

this-is-climate-change (15)

 

เทือกเขาแอลป์ในปีค.ศ. 2005 หิมะที่อยู่บนยอดเขาเริ่มละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

this-is-climate-change (16)

 

ธารน้ำแข็ง Muir บริเวณ Alaska ในอดีต จะเห็นได้ว่ามีธารน้ำแข็งเยอะมาก

this-is-climate-change (9)

 

และตั้งแต่ปีค.ศ. 2005 เป็นต้นมา ภาพถ่ายนี้เป็นบริเวณเดียวกันกับภาพขาวดำที่อยู่ด้านบน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือธารน้ำแข็งเหล่านั้นได้หายไปอย่างสมบูรณ์

this-is-climate-change (10)

 

ทะเลสาบชาดในอดีต เป็นทะเลสาบน้ำจืดตื้นๆ ที่หล่อเลี้ยงกว่า 20 ล้านชีวิตจากประเทศชาด ไนเจอร์ ไนจีเรีย และแคเมอรูน รวมไปถึงสัตว์ป่าต่างๆ

this-is-climate-change (7)

 

ปัจจุบันพื้นที่ของทะเลสาบชาดได้หายไปมากถึง 80% ซึ่งล้วนมีผลกระทบมาจากการทำชลประทาน การทำเขื่อน และภาวะโลกร้อน

this-is-climate-change (8)

 

หมู่เกาะ San Blas ณ ประเทศปานามา ในอดีต มีชนเผ่าและชาวบ้านโบราณอาศัยอยู่

this-is-climate-change (13)

 

ในปัจจุบันหมู่เกาะ San Blas ได้รับผลกระทบจากอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนักติดต่อยาวนานหลายวัน ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเกาะก็จมอยู่ในน้ำ อย่างป้ายที่เห็นนี้คือป้ายเตือนการจราจรบอกให้ขับรถช้าๆ

this-is-climate-change (14)

 

แนวปะการังในบริเวณทางตอนเหนือของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ภาพนี้ถูกถ่ายเก็บไว้ในปีค.ศ. 2004 มีสภาพที่อุดมสมบูรณ์มากๆ

this-is-climate-change (5)

 

และแล้วในปีค.ศ. 2008 ทุกสิ่งกลับถูกทำลายด้วยอุณหภูมิที่สูงขึ้น และออกซิเจนในน้ำลดลง

this-is-climate-change (6)

 

ท่าเรือ Whitby ในอดีตมีชาวประมงมากมาย เรือผลัดเข้ามาจอดเทียบท่าและผลัดกันออกไปหาปลาอย่างไม่ขาดสาย

this-is-climate-change (21)

 

ปัจจุบันท่าเรือแห่งนี้กลับเงียบเหงา เหลือเพียงแต่ตาข่ายดักปลาอันว่างเปล่า เพราะไม่มีปลาให้จับ ชาวประมงก็เหลืออยู่เพียงแค่ 200 รายเท่านั้น

this-is-climate-change (22)

 

ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปีค.ศ. 2003 ยังไม่สูงมากนัก

this-is-climate-change (3)

 

แต่พอผ่านไปได้เพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น ในปีค.ศ. 2007 ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับพุ่งสูงและปกคลุมไปทั่วชั้นบรรยากาศโลก

this-is-climate-change (4)

 

และสุดท้ายนี้ก็คือภาพเปรียบเทียบอุณหภูมิของโลกตั้งแต่ปีค.ศ 1951 จนถึงปีค.ศ. 1980 โดยอุณหภูมิเพิ่มขึ้นทุกๆ ปีตั้งแต่ปีค.ศ. 1880

this-is-climate-change (2)

ที่มา : businessinsider

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...