* เนื้อหาภายในมีความรุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจได้ *

 

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้แต่กระทั่งบุคคลที่เป็นแม่ หากไม่มีความเมตตาและเข้าใจธรรมชาติของลูกวัยแบเบาะ ก็อาจนำไปสู่เหตุความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ข่าวดังกล่าวมาจากไต้หวัน หลังจากที่เด็กหญิงวัยเพียง 18 เดือน ถูกผู้เป็นแม่วัย 17 ปี ลงมือทุบตีอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากไม่ยอมดื่มนมและทำเครื่องสำอางของผู้เป็นแม่ตกกระจาย

 

 

จากการรายงานของสื่อต่างประเทศ ระบุว่าเหตุเกิดในวันที่ 15 มกราคม 2019 โดยเด็กกำเนิดขึ้นมาในช่วงที่ผู้เป็นพ่ออายุเพียง 20 ปี และผู้เป็นแม่มีอายุเพียง 16 ปี เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม พ่อกับแม่ก็แยกทางกันในช่วงปีที่ผ่านมา และผู้เป็นแม่ก็คือผู้เลี้ยงดูเด็กหลังจากนั้น จนกระทั่งแม่ได้ย้ายมาอยู่กับญาติพี่น้องผู้หญิงอีก 3 คน ที่อยู่ในช่วงวัย 20 เท่ากันหมด และมีชายวัย 27 ปี คนขับแท็กซี่ที่อาศัยร่วมด้วยกันอีก 1 คน รวมเป็นทั้งหมด 5 คน

 

 

ในคืนวันเกิดเหตุสลด ผู้เป็นแม่ได้ลงมือทุบตีลูกน้อย ด้วยไม้เกาหลัง เนื่องจากลูกน้อยไม่ยอมดื่มนมและทำเครื่องสำอางของเธอหกเลอะเทอะไปทั่ว

และสิ่งที่ทำให้ช็อคไปกว่านั้น คือผู้เป็นแม่อนุญาตให้ญาติพี่น้องอีก 3 คน ผลัดกันลงมือตีลูกของเธอได้โดยไม่ขัดข้องใดๆ!!

 

ภาพจากกล้องวงจรปิดในคืนวันที่ 15 มกราคม 2019

 

ลูกน้อยทำได้เพียงกรีดร้องไห้อย่างทรมาน จนกระทั่งเด็กสิ้นสติหยุดนิ่งไป ทว่าเหล่าผู้ใหญ่ต่างคิดว่าเด็กน่าจะหมดแรงจนหลับไปเท่านั้น

ยังไม่พอ พวกเธอก็ได้นำตัวเด็กออกไปร้องคาราโอเกะด้วย พวกเธอมีความสุขสนุกสนานไปกับการร้องเพลงประมาณ 3 ชั่วโมง แต่พอสังเกตเห็นดวงตาของลูกน้อยที่เหลือกผิดปกติ ผู้เป็นแม่ก็ยังไม่วายตีศีรษะลูกอีก โดยไม่รู้ว่าลูกน้อยของเธอสิ้นใจไปแล้ว…

 

 

ภายหลังจากร้องเพลงเสร็จ ผู้เป็นแม่เพิ่งจะรู้ว่าผิดปกติ จึงรีบนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลทันที แต่หารู้ไม่ว่าทุกอย่างสายไปเสียแล้ว

แพทย์พยายามยื้อชีวิตของเด็กกลับมา แต่ไม่สำเร็จ พบรอยช้ำเต็มตัวเด็ก อีกทั้งยังพบบาดแผลบนร่างกาย โดยระบุว่าเกิดมาจากรอยเล็บที่มีความแหลมคม

 

 

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาตรวจสอบ และผลชันสูตรได้เปิดเผยออกมาว่า เด็กได้รับผลกระทบจากภาวะเลือดออกในกะโหลก และตำรวจก็มั่นใจว่าต้องมีใครสักคนกระแทกหัวเด็กเข้ากับกำแพง หรือกระแทกกับพื้น

 

ซึ่งผู้เป็นแม่และญาติทั้ง 3 คนถูกจับกุมตัวและรับสารภาพแต่โดยดี อย่างไรก็ตามพวกเธอปกป้องตัวเองโดยกล่าวว่า ‘เด็กถูกวิญญาณร้ายเข้าสิง’ จำเป็นจะต้องตีเพื่อขับไล่และเรียกสติให้กลับมาเชื่อฟัง

แต่จะเห็นได้ชัดว่า เด็กถูกทุบตีมาหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมปี 2019 โดยพวกเธอจะลงมือตีทุกครั้งที่เด็กเริ่มร้องไห้งอแง

 

หลักฐานอุปกรณ์ที่คาดว่าใช้ทุบตีเด็กจนสิ้นใจ

 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบุกค้นบ้านที่พัก และพบกับไม้เกาหลัง ไม้เรียว และท่อพลาสติก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ทุบตีเด็ก

ซึ่งหลังจากที่พ่อของเด็กและญาติผู้ใหญ่ได้ทราบข่าว พวกเขารู้สึกใจสลายอย่างรุนแรง โดยผู้เป็นพ่อของเด็กกล่าวเอาไว้ในเฟสบุ๊กว่า…

“พ่อจะทำให้ลูกได้รับความยุติธรรม พ่อเสียใจที่ไม่ได้พาลูกมาอยู่กับพ่อ แต่ปล่อยให้ลูกไปเจอกับความทรมาน พ่อเสียใจจริงๆ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้เป็นพ่อลูกกันอีก พ่อรักลูกนะ”

 

 

เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปในวงกว้าง มีรายงานออกมาอีกโดยระบุว่า ประชาชนที่ทราบข่าวได้มารวมตัวกันที่สถานีตำรวจ รอรุมประชาทัณฑ์เพื่อสั่งสอนแม่เด็ก…

 

 

ประชาชนกว่า 400 ชีวิตมารวมตัวกันเพื่อรอรุมประชาทัณฑ์

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกโกรธเคืองจนไม่สนกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจะต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป…

 

.

 

แต่ละคนมาด้วยความรู้สึกโกรธแค้นผู้เป็นแม่ของเด็ก พร้อมกับถ่ายคลิปไลฟ์สดกันอย่างหนาแน่น

 

ที่มา: seehua, appledailydamaxwwyahooettoday, orientaldaily

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...