ทฤษฎีใหม่อ้าง มนุษย์สมัยโบราณผู้วาดภาพบนผนังถ้ำ อาจเคยตัดนิ้วตัวเองก็เป็นได้

ไม่แน่ใจว่าทำไม แต่คนที่เป็นศิลปินมักจะมีเรื่องเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองออกมาให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ อย่างวินเซนต์ แวนโก๊ะที่ตัดหูตัวเองเป็นต้น

นั่นทำให้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เมื่อนักโบราณคดีเห็นภาพฝ่ามือบนผนังถ้ำในสมัยก่อน แล้วจะมีความเห็นขึ้นมาว่าศิลปินในสมัยก่อนอาจจะตัดนิ้วตัวเองก็เป็นได้ แถมล่าสุดนี้เองความคิดนี้ก็มีทฤษฎีออกมาสนับสนุนแล้วด้วย

 

 

นี่เป็นทฤษฎีที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการค้นพบภาพในผนังถ้ำจากในสมัยยุคหินเก่าตอนปลาย (Upper Paleolithic) ที่ยุโรป ซึ่งมีการวาดมือที่นิ้วหายไปบางส่วนอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทั้งในประเทศสเปน และฝรั่งเศส

จริงอยู่ว่าในสมัยก่อนภาพเหล่านี้จะถูกลงความเห็นว่าคนวาดน่าจะแค่งอนิ้วเพื่อเป็นตัวแทนของการนับเลขเท่านั้น แต่ในงานวิจัยใหม่ล่าสุดดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ที่ศิลปินในสมัยก่อนจะตัดนิ้วตัวเองก็มีอยู่มากพอดูเช่นกัน

 

 

โดยหากอ้างอิงจากข้อมูลในงานวิจัยแล้ว เหตุผลที่คนในสมัยก่อนตัดนิ้วตัวเองจะมาจากความเชื่อ เช่นการบูชาคนที่ตายไปแล้ว โดยอ้างอิงจากความเชื่อในแอฟริกาใต้ที่ชนพื้นเมืองจะตัดนิ้วตัวเองตามจำนวนลูกหลานที่ตายไป

นอกจากนี้ในทางกลุ่มชนพื้นเมืองอะบอริจินในออสเตรเลียเองก็มีการตัดนิ้วก้อยบางส่วน เพื่อเป็นสัญลักษณ์บอกอาชีพของเด็กในอนาคต แถมในหลายๆ วัฒนธรรมเองก็มีหลักฐานการตัดนิ้วเพื่อลงโทษ หรือเป็นสัญลักษณ์การแต่งงานเช่นกัน

 

 

จุดร่วมนี้เองที่ทำให้ทฤษฎีที่ว่าในสมัยก่อนนั้นน่าจะมี คนจำนวนไม่น้อยเลยที่มีนิ้วมือไม่ครบ และเป็นไปได้ว่าหนึ่งในคนเหล่านี้จะกลายมาเป็นผู้วาดภาพบนกำแพงในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามทฤษฎีนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนออกมาโต้แย้งเลยเช่นกัน เพราะในทางการใช้ชีวิตแล้ว การตัดนิ้วหลายๆ นิ้วเช่นที่เห็นในภาพมันไม่สมเหตุสมผล แถมในกรณีที่ชนเผ่ามีความเชื่อในการตัดนิ้ว นิ้วที่โดนตัดส่วนมากก็มักจะเป็นแค่นิ้วก้อยด้วย

 

อย่างในภาพนี้ก็แสดงให้เห็นว่ามีคนจำนวนมากที่มีนิ้วมือครบ 5 นิ้ว

 

นอกจากนี้ในถ้ำบางแห่งยังมีภาพของมือขนาดใกล้เคียงกันที่มีจำนวนนิ้วที่ต่างกัน ซึ่งเป็นร่องรอยที่ว่าจำนวนนิ้วเกิดจากการพับนิ้วของผู้เขียนมากกว่านิ้วจะด้วนไปเลยอีกด้วย ทำให้งานวิจัยชิ้นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันต่อไป

แต่แม้ว่านี่จะเป็นงานวิจัยที่ต้องมีการตามหาหลักฐานเพิ่มเติมกันอยู่ก็ตาม แต่แนวคิดที่ว่าคนเราตัดนิ้วตัวเองในสมัยก่อน ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมากๆ อยู่ดี

 

ที่มา livescience, ancient-origins

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....