นักวิจัยเผย รถยนต์ไร้คนขับ อาจทำให้คนมี “เซ็กส์” ในรถเพิ่มมากขึ้น

เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ ดูเหมือนว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่เราได้ยินกันบ่อยมาในช่วงนี้ และว่ากันว่าในอนาคต รถยนต์จะถูกผลิตออกมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ และอาจจะพลิกโฉมการคมนาคมของโลกเลยก็ว่าได้

แต่!! ทว่านอกจากประโยชน์ในเรื่องของการขนส่ง หรือความสะดวกสบายของพวกเราแล้ว มีการคาดการณ์ว่า เทคโนโลยีที่ว่านี้ อาจจะทำให้พฤติกรรมของพวกเราเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน!!

 

 

งานวิจัยชิ้นล่าสุดที่ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารวิชาการ Annals of Tourism Research ได้เผยผลการวิจัยเกี่ยวกับรถยนต์ไร้คนขับ และอนาคตของการท่องเที่ยวในเขตเมือง (Autonomous vehicles and the future of urban tourism)

โดยระบุว่ารถยนต์ไร้คนขับจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินทาง รวมทั้งการทำงานของคนยุคใหม่ ซึ่งมันจะกลายเป็นพื้นที่ในการทำกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์เราที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการมีเซ็กส์ด้วย

 

 

ผลการศึกษาก่อนหน้านี้เปิดเผยว่า กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกัน นิยมมีเพศสัมพันธ์กันในรถ ซึ่งตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้นได้ หลังจากที่มีการคิดค้นนวัตกรรมรถยนต์ไร้คนขับ

“อย่างแรก รถยนต์ไร้คนขับจะทำให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารมากขึ้น ซึ่งผู้คนอาจจะนอนหลับในรถ หรือทานอาหารบนรถมากขึ้น

 

 

แต่สิ่งที่เราคิดคือพฤติกรรมอื่นๆ ที่พวกเขาอาจจะทำนอกเหนือจากการนอนหลับ เนื่องจากไม่ต้องขับรถอีกต่อไป

ดังนั้นการจะมีเซ็กส์บนรถแบบไร้คนขับ อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก” Scott Cohen รองผู้อำนวยการการวิจัยของคณะการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว จาก University of Surrey ในอังกฤษ หัวหน้าทีมวิจัยให้สัมภาษณ์

 

 

แต่อย่างไรก็ตามหัวหน้าทีมวิจัยคาดว่า การที่รถยนต์ไร้คนขับจะกลายเป็นการเดินทางกระแสหลัก และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ ของมนุษย์นั้น น่าจะเกิดขึ้นราวๆ ปี 2040 นู่นเลยทีเดียว

 

ที่มา fastcompanyresearchgate,

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....