หนุ่มฉุนจัด ลงมือตัด ‘กระเป๋าแบรนด์เนม’ ประชดพนักงานที่ ‘เลือกปฏิบัติ’ กับลูกค้า

หลายคนคงเคยได้ยินประโยค  ‘Don’t judge a book by its cover’ ที่มีความหมายโดยนัยว่า อย่าตัดสินคนที่รูปลักษณ์ภายนอก ซึ่งอาจนำไปสู่การ ‘เลือกปฏิบัติ’ ต่อผู้อื่น เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซียเหตุการณ์นี้

 

 

ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Ismail Ariffin Lepat ได้โพสต์วิดิโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านกระเป๋าแบรนด์เนมยี่ห้อ Louis Vuitton เมื่อ Zanial Abidin เพื่อนของเขาถูกเลือกปฏิบัติจากพนักงานในร้านเพียงเพราะว่าแต่งตัว ‘ธรรมดา’ เกินไป

Zanial บอกว่าตนเองอยากสลักชื่อลงไปบนกระเป๋าที่เขาซื้อจากร้านนี้เมื่อสามวันก่อน แต่พนักงานกลับปฏิเสธและปฏิบัติต่อเขาเยี่ยง ‘สุนัข’ จนตนรู้สึกโมโหและได้ขอกรรไกรจากพนักงาน

 

 

หลังจากนั้น เขาก็ลงมือตัดกระเป่าแบรนด์เนมที่เขาซื้อต่อหน้าพนักงาน พร้อมกับพูดว่า “พวกเขาคงคิดว่ากระเป๋าแบรนด์เนมมีค่ากว่าศักดิ์ศรีของพวกเรา”

นอกจากนั้นชาวเน็ตยังสังเกตว่ากระเป๋ารุ่นที่ Zanial สะพายติดตัวมาอีกใบคือรุ่น Louis Vuitton x Takashi Murakami Monogramoflauge Duffle Bag มูลค่า 7,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 220,500 บาท)

 

ใบที่เขาสะพายมา ในราคาสุดแพง

 

คลิปวิดิโอบันทึกภาพเหตุกาณ์ดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในสังคมออนไลน์ โดยชาวเน็ตหลายคนได้ต่อว่าพนักงานและแชร์ประสบการณ์เดียวกันกับชายคนนี้ที่ถูกพนักงานปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม

ความคิดเห็นหนึ่งบอกว่า “พนักงานบางคนก็ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของร้าน ทั้งๆ ที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำเหมือนกัน”

บางคนก็บอกว่า “ฉันเคยได้ยินว่าร้านแฟชั่นแบรนด์บางที อบรมพนักงานให้ ‘สังเกต’ ลูกค้า เพื่อที่จะเข้าหาเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง”

 

คลิปเหตุการณ์ (25 ก.พ. 2019)

 

ทั้งนี้ทางร้านได้ออกมาบอกว่า พนักงานได้อธิบายกับลูกค้าแล้วว่าวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋ารุ่นดังกล่าว ไม่เหมาะกับการสลักชื่อ เพราะอาจสร้างความเสียหายแก่กระเป๋าได้

เรื่องราวทั้งหมดนี้จึงอาจเกิดจากความผิดพลาดทางการสื่อสาร ทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดคิดว่าพนักงานเลือกปฏิบัติต่อตน

 

อย่างไรก็ตามในแง่ของงานบริการ ลูกค้าทุกคนมีสิทธิผู้บริโภคเท่าเทียมกันไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน และเรื่องของการสื่อสารก็ถือเป็นสิ่งสำคัญ

 

ที่มา: Ismail Ariffin Lepatworldofbuzz

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....