เปิดตำนานวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของ “เกอิชา” ตัวแทนความงาม ตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ

เชื่อว่าเราคงเคยได้ยินคำว่า “เกอิชา” กันมาบ้างแล้ว แต่หลายๆ คนก็อาจจะมีความเข้าใจที่ผิดกับคำคำนี้ บ้างก็หาว่าพวกเธอเป็นนางรำ หรือหนักมากถึงขนาดเข้าใจว่าเป็นหญิงขายบริการเลยทีเดียว

ซึ่งนับวันอาชีพเกอิชานี้ เริ่มที่จะถูกวัฒนธรรมในปัจจุบันกลืนไปแล้ว ยังคงเหลือให้เห็นเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นในญี่ปุ่น และก่อนที่ศิลปะอันงดงามนี้จะหายสาบสูญไป เรามาทำความรู้จักกับวัฒนธรรมอันเก่าแก่นี้กันดีกว่า

 

เกอิชาทำหน้าที่ต้อนรับซามูไรผู้เป็นแขก, ประมาณปี 1880

 

เกอิชา เป็นอาชีพบริการที่เก่าแก่ที่สุดอาชีพหนึ่งของญี่ปุ่น ผู้ที่จะเป็นเกอิชาได้นั้นต้องได้รับการฝึกฝนศิลปะโบราณต่างๆ ของญี่ปุ่นเช่น การเล่นดนตรี การเต้นรำ การจัดดอกไม้ หรือการชงชา เป็นต้น

การเป็นเกอิชาถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้หญิงญี่ปุ่นภูมิใจมาก เมื่อเด็กหญิงเริ่มฝึกเป็นเกิอิชา เธอจะถูกเรียกว่า “ไมโกะ” และหลังจากอายุ 21 ปีเธอก็จะกลายเป็นเกอิชาแบบเต็มตัวและถูกเรียว่า “กิโกะ”

ผู้หญิงทุกคนสามารถที่จะเป็นเกอิชาได้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยเป็นเกอิชาฝึกหัดหรือ “ไมโกะ” มาก่อน แต่อาจจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่ากับคนที่เป็นเกอิชามาตั้งแต่เด็กๆ

 

นี่เป็นภาพของเกอิชาสองคน ที่กำลังฝึกฝนศิลปะการเล่น Samisen เครื่องดนตรีเก่าแก่ของญี่ปุ่น

 

เกอิชาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นพวกหญิงขายบริการ เนื่องจากพวกหญิงโคมแดงมักจะแต่งชุดเหมือนพวกเธอและเรียกตัวเองว่าเกอิชา แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เกอิชาแตกต่างจากสาวขายบริการก็คือการแต่งตัว

ชุดกิโมโน ที่พวกเธอใส่นั้น จะมีการผูกผ้าคาดเอวหรือ “โอบิ” ไว้ที่เอวโดยพวกเกอิชาจะผูกโอบิของพวกเธอไว้ด้านหลัง ส่วนสาวขายบริการจะผูกไว้ด้านหน้า เนื่องจากพวกเธอต้องแกะและถอดชุดอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการที่ผูกโอบิไว้ข้างหน้าจึงทำให้เธอถอดและผูกมันด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น

การแต่งกายด้วยชุดกิโมโนของ “เกอิชา”

 

และอีกสิ่งที่แตกต่างกันก็คือการทำหน้าที่ในการบริการ สาวขายบริการในญี่ปุ่นมักจะถูกเรียกว่า “สาวเกอิชา” หรือ “Panpan Girl” พวกเธอมักจะให้บริการกับทหารอเมริกันเป็นส่วนใหญ่

แต่เกอิชาไม่เหมือนกัน พวกเธอไม่ได้รับเงินเพื่อแลกกับบริการทางเพศ แต่พวกเธอจะทำหน้าที่แค่เพียงเทน้ำชา ร้องเพลง เต้นรำ และพูดคุยเพื่อให้ความบันเทิงแก่แขกเท่านั้น

 

กลุ่มของเกอิชากับชุดประจำชาติ, พฤษจิกายน 1937

 

ไมโกะหรือเกอิชาฝึกหัด ในชุดกิโมโนและท่านั่งแบบเกอิชา

ภาพของเกอิชา เมื่อพวกเธอไม่ได้แต่งหน้าและทำผม ประมาณปี 1900

กลุ่มของเกอิชาและแม่บ้านในชนบท ปี 1943 ในชุดสำหรับการทำงานบ้านหรือการทำสวน

หนุ่มตะวันตกกำลังมีความสุขกับการให้บริการของ หญิงขายบริการ

 

ภาพหมู่ของเกอิชาใน Beppa ประเทศญี่ปุ่น, 8 มีนาคม 1920

 

เธอกำลังมองหารองเท้าที่พอดีกับเธออยู่

 

เกอิชากำลังดูแลแขกและให้ความบรรเทิงกับพวกเขาด้วยการพูดคุยและคอยรินเหล้าให้

 

นักแสดง อเมริกา Betty Grable ใส่ชุดของเกอิชาในการเเสดงละครเวทีเรื่อง “Call Me Mister” กำกับโดย Lloyd Bacon, 2 มกราคม 1951

 

เธอผู้นี้กำลังนังดูแลแขกซามูไรของเธอด้วยการเล่นเครื่องดนตรีเก่าแก่ของญี่ปุ่น, ประมาณปี 1950

เกอิชาถูกแบกเพื่อแห่เฉลิมฉลองในงานเทศกาล Osaka’s Yebisu, ประมาณปี 1928

 

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง ระหว่างเกอิชาและสาวขายบริการ

พวกเธอกำลังสนุกสนานกับเกมกระดานโบราณของญี่ปุ่น หรือที่เราเรียกว่า “โกะ”

เธอผู้นี้กำลังเขินและตลกกับการหยอกล้อของแขก, ปี 1955

เกอิชาในการประชุมของสหภาพแรงงานญี่ปุ่น ในการปรับปรุงเงือนไขการทำงานของพวกเธอ

 

ผู้กำกับหนุ่มอังกฤษ Cary Grant กำลังศึกษาท่าเดินของเกอิชา เพื่อใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลการสร้างภาพยนต์เรื่องใหม่ของเขา, ปี 1932

ภาพของหญิงขายบริการของญี่ปุ่นในสมัยก่อน,ประมาณปี 1865

ภาพของเกอิชาเมื่อเธอถอดวิกผมออก ภาพนี้ประมาณปี 1950

ภาพของเด็กหญิงในชุดประจำชาติ และกำลังนั่งเล่น Samisen เครื่องสายโบราณของญี่ปุ่น ด้วยท่าทางที่สง่างาม

ภาพของเกอิชากำลังเสริร์ฟชา ระหว่างล่องเรือสำราญในแม่น้ำ Nagara River,ประมาณปี 1950

ภาพของเกอิชา ในขณะที่สวมผ้ากันเปื้อนเพื่อเสิร์ฟในกับทหารเรือของญี่ปุ่นในวัน Tokyo Navy Day ประมาณปี 1937

 

ภาพของพวกเธอระหว่างเดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกงาน, ประมาณปี 1955

พวกเธอกำลังฝึกการแต่งตัวด้วยชุดกิโมโนอยู่ ภาพนี้ประมาณปี 1955

 

เป็นอย่างไรกันบ้างละ คงจะได้ทำความรู้จักและเข้าใจ กับวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นนี้ขึ้นมาอีกมากเลยใช่ไหม ซึ่งปัจจุบันอาชีพนี้ก็ยังมีให้เห็นได้ในญี่ปุ่นอยู่บ้าง ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ลองไปชมกันได้นะ

ที่มา designyoutrust

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....