ความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลึกลับ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มาแต่โบราณ ดังนั้นที่ผ่านๆ มา เราจึงมีการค้นพบโบราณวัตถุที่มีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและความเชื่ออยู่บ่อยๆ

และเมื่อล่าสุดนี้เองนักโบราณคดีก็ออกมาเปิดเผยการค้นพบที่น่าสนใจอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ พวกเขาได้พบกับ “คาถา” อายุร่วม 2,800 ปี ที่เขียนไว้ในภาษาอราเมอิก และบอกเล่าถึงสัตว์ร้ายที่มีความสามารถในการสร้างไฟได้

 

 

โดยเจ้าคาถาที่ว่านี้ ถูกเขียนเอาไว้บนแผ่นศิลาจากเมื่อช่วง 850-800 ปีก่อนคริสตกาล ที่มีการค้นพบครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2017 ภายในสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็ก (ที่น่าจะเป็นวิหาร) ภายในแหล่งโบราณสถาน “Zincirli” ที่ประเทศตุรกี

นี่เป็นคาถาที่ถูกเขียนไว้โดยชายผู้ฝึกฝนไสยเวทย์นาม “ราฮิม บุตรแห่งชาดาดาน” (Rahim son of Shadadan) และเกี่ยวข้องกับการจับสัตว์ร้ายที่ถูกเรียกว่า “ผู้กลืนกิน” (The Devourer)

 

แหล่งภาพโบราณสถาน Zincirli

 

แผ่นศิลาที่พบนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในแผ่นศิลาภาษาอราเมอิกที่มีความเก่าแก่มากๆ แผ่นหนึ่งเลยก็ว่าได้ (ถึงจะไม่ได้เก่าแก่ที่สุดก็ตาม) แถมยังมีความสำคัญมากพอที่จะทำให้คนในสมัยนั้นเก็บมันเอาไว้เป็นเวลานานหลังจากที่มีการทำขึ้นอีกด้วย

จากเนื้อความแล้ว ดูเหมือนว่าผู้กลืนกินที่ว่าจะมีความสามารถทำให้เหยื่อของมันเจ็บปวดจาก “ไฟ” ได้ และการที่จะรักษาเหยื่อให้หาย ก็จำเป็นต้องใช้เลือดของผู้กลืนกินในการรักษาเสียด้วย ดังนั้นคาถาชิ้นนี้จึงถูกคิดค้นขึ้นมานั่นเอง

โดย Madadh Richey หนึ่งในผู้ทำการวิจัยศิลาแผ่นนี้บอกว่า มีความเป็นไปได้ว่าตัวตนจริงๆ ของ “ผู้กลืนกิน” ที่ถูกกล่าวถึงในที่นี้ น่าจะเป็นสัตว์มีพิษจำพวกแมงป่องหรือตะขาบ อ้างอิงจากรูปภาพที่ถูกเขียนไว้กับคาถา

 

 

นั่นทำให้มีความเป็นไปได้ว่าความเจ็บปวดจากไฟ ที่เขียนไว้เองก็น่าจะเป็นการอธิบายถึงความเจ็บปวดที่เกิดจากพิษของแมงป่องหรือตะขาบนั่นเอง

แนวคิดนี้นับว่ามีความเป็นไปได้สูงในสายตาของนักโบราณคดี เพราะนอกจากภาพที่พวกเขาพบแล้ว บริเวณที่ตั้งของโบราณสถานเองก็มีแมงป่องอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ถึงขนาดที่ว่าระหว่างการขุดค้นเอง นักโบราณคดีก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากเลย

 

 

จริงอยู่ที่ว่าแมงป่องที่พวกเขาพบจะไม่ได้มีพิษร้ายแรงมากพอที่จะทำให้มนุษย์ถึงตายก็ตาม แต่นักโบราณคดีก็ค่อนข้างมั่นใจว่าใครก็ตามที่โดนแมงป่องนี้ต่อยเข้า จะต้องเจ็บปวดไปกับ “ไฟ” ของมันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

ที่มา livescience

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...