กลายเป็นกระแสโด่งดังในโลกอินเตอร์เน็ตของสหรัฐอเมริกาไปเสียแล้ว เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา คุณ John Dick ผู้บริหารของบริษัทวิจัยในพิตส์เบิร์ก “Civic Science” ได้ออกมาเปิดเผยผลโพลแบบสอบถามชิ้นหนึ่งที่บอกว่ามีคนสหรัฐฯ มากถึง 56% ที่ไม่ต้องการใช้มีการสอนเลขอารบิกในประเทศ

 

ข่าวที่ว่านี้มาพร้อมกับความเห็นของ John Dick ที่ว่า

นี่คือตัวอย่างที่ทั้งน่าขำและน่าเศร้าที่สุดของความดันทุรังของชาวอเมริกันเลย

 

อย่างที่เพื่อนๆ สามารถเห็นกันได้ในผลโพล นี่เป็นการสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันว่า “โรงเรียนในอเมริกาควรจะมีการสอนเลขอารบิกเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรหรือไม่” ซึ่งมีผู้เข้าไปรวมตอบมากถึง 3,624 คน และมีกว่า 2,020 คน ที่แสดงความเห็นว่าไม่ควรในขณะที่มีเพียง 1,043 คนเท่านั้นที่ตอบว่าควร

นี่นับว่าเป็นผลการสำรวจที่สะท้อนให้เห็นถึงอะไรหลายๆ อย่างได้เป็นอย่างดี เพราะ “เลขอารบิก” ในที่นี้นั้นจริงๆ แล้วก็คือเลข “1234567890” ที่เราใช้กันในปัจจุบัน และมีการสอนมาอย่างยาวนานแล้วนั่นเอง

 

 

อ้างอิงจากคุณ John Dick เอง ดูเหมือนว่าแบบสอบถามนี้จะออกแบบมาเพื่อทดสอบดูว่าคนเราจะมีอคติต่อคำถามที่ตนเองไม่เข้าใจหรือไม่นั่นเอง และแน่นอนว่าผลที่ออกมานั้นก็ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่ามีคนจำนวนมากเลยที่ไม่เข้าใจในคำถาม แต่ก็ยังแสดงความเห็นในแง่ลบต่อคำว่า “อารบิก”

เท่านั้นยังไม่พอเพราะเมื่อเหล่าชาวเน็ต ลองเอาคำถามของ John Dick ไปทำโพลด้วยตัวเอง พวกเขาก็ยังพบด้วยว่ามีคนจำนวนมากจริงๆ ที่ไม่ต้องการใช้มีการสอนเลขอารบิกในประเทศ (แถมไม่ใช่แค่สหรัฐฯ ด้วย) เพียงเพราะตัวเลขดังกล่าวมีชื่อที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลาม

 

ชาวอเมริกันควรจะถูกบังคับให้เรียนเลขอารบิกหรือไม่?

 

โรงเรียนในอเมริกันควรจะถูกบังคับให้สอนเลขอารบิกหรือไม่

 

อันนี้ถึงกับเปิดให้ลงชื่อสนับสนุนว่า โรงเรียนอังกฤษไม่ควรถูกบังคับให้เรียนเลขอารบิกเลย

มีแถมมีคนไปลงชื่อเยอะด้วย

 

จริงอยู่ว่าคำถามในโพลมีลักษณะการชี้นำและไม่ชัดเจนอยู่บ้าง รวมทั้งผลการสำรวจที่ออกมาก็ยังไม่ได้มีงานวิจัยยืนยันในปัจจุบัน แต่ตัวเลขที่ออกมานี้ สำหรับหลายๆ คนแล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของประเทศได้เป็นอย่างดี

และไม่แน่เหมือนกันว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นงานวิจัยอย่างเป็นทางการที่ต่อยอดมาจากโพลคำถามเล็กๆ ในครั้งนี้ก็เป็นได้

 

ว่าแต่เพื่อนๆ ล่ะ อยากให้มีการสอนเลขอารบิกในประเทศไทยไหม?

 

ที่มา forwardky, 9gag และผู้ใช้ทวิตเตอร์ @jdcivicscience

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...