‘นมอัลมอนด์’ เป็นที่นิยมของคนรักสุขภาพ ด้วยรสชาติที่หอมอร่อย คุณค่าทางโภชนาการที่สูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่แพ้น้ำตาลแล็กโทสในนมวัวอีกด้วย

นอกจากนั้น ในปัจจุบันเรายังสามารถหาซื้อนมอัลมอนด์ได้ตามร้านสะดวกซื้อทั่วไป หรือทำทานเองที่บ้านแบบง่ายๆ แบบไม่ใส่น้ำตาล ก็ดีต่อสุขภาพไม่แพ้กัน

สำหรับใครที่ยังไม่เคยทาน นมอัลมอนด์ และยังไม่รู้ว่านมชนิดนี้มีประโยชน์อย่างไรบ้าง ลองตามเรามาดูกัน…

 

1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

นมอัลมอนด์ อุดมวิตามินอี ช่วยชะลอความแก่ บำรุงสมอง ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานดีขึ้น

นอกจากนั้นยังมีธาตุเหล็ก สังกะสี และแม็กนีเซียม ที่ช่วยควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ

 

2. แคลอรีต่ำ

นมอัลมอนด์หนึ่งแก้ว (240 มล.) มีเพียง 39 แคลอรี ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณแคลอรี่ที่พบในนมพร่องมันเนยหนึ่งแก้ว (240 มล.) เราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนัก

 

3. น้ำตาลน้อย

นมอัลมอนด์หนึ่งแก้ว (240 มล.) แบบไม่ใส่น้ำตาลเพิ่ม มีคาร์โบไฮเดรตเพียง 1-2 กรัมซึ่งส่วนใหญ่เป็นใยอาหาร

ในขณะที่นมวัว 1 ถ้วย (240 มล.) มีคาร์โบไฮเดรต 13 กรัมซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำตาล

 

4. เหมาะสำหรับคนที่แพ้อาการแพ้น้ำตาลแล็กโทสในนมวัว

หลายคนมีอาการแพ้น้ำตาลแล็กโทสในนมวัว ทำให้ท้องไส้ปั่นทุกทีที่ทานเข้าไป นมอัลมอนด์จึงเป็นทางเลือกใหม่ของคนกลุ่มนี้

 

5. แคลเซียมสูง

อย่างที่ทราบกันดีว่า นม มีแคลเซียมที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วนมอัลมอนด์มีแคลเซียมน้อยกว่านมวัว ผู้ผลิตนมอัลมอนด์จึงเติมแคลเซียมเพิ่มเข้าไปให้ผู้บริโภคที่ไม่สามารถทานนมวัวได้

 

6. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

จากการศึกษาที่เผยแพร่โดย US National Library of Medicine National Institutes of Health ชี้ว่าการกินอัลมอนด์ 66 กรัมหรือน้ำมันอัลมอนด์เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ถึง 6% ทำให้ไขมันในเลือดต่ำลง ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ

 

7. วิตามินดีสูง

นมอัลมอนด์มีวิตามินดีสูง เสริมสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแรง และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

 

เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แถมยังเหมาะกับคนที่ลดน้ำหนักหรือไม่สามารถทานนมวัวได้อีกด้วย

 

ที่มา: medicalnewstoday, healthline, godairyfree, ncbi

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...