ภาพของน้องหมาหรือเจ้าเหมียวจรจัดทั้งหลาย คงเป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะต้องเคยเห็นกันมาบ้าง หากตัวไหนโชคร้ายก็ได้รับบาดเจ็บจากการใช้ชีวิตข้างนอกเพียงลำพังหรือไม่ก็อาจป่วยเป็นโรคอย่างน่าสงสาร

ไม่ต่างกับลูกแมวตัวนี้ที่เกิดมาต้องทุกข์ทรมานกับอาการผิดปกติมากมาย เรียกว่า Fading Kitten Syndrome ทำให้มันท้องร่วง ไข้ขึ้นสูง และมีน้ำหนักที่น้อยเอามากๆ อายุ 3 สัปดาห์ หนักเพียงแค่ 215 กรัมเท่านั้น

ที่สำคัญคือมันอยู่ในฝูงแมวจรจัดโดยที่ไม่มีแม่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ อาการต่างๆ จึงยิ่งเลวร้ายลงไปอีก แต่โชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือในตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังวางกับดักเพื่อพาแมวจรจัดไปทำหมัน แต่ตอนนั้นสภาพของมันก็ไม่สู้ดีนัก และมีรอยแผลที่คาดว่าจะเกิดจากการกัดหรือโดนเล็บข่วน อีกด้วย

 

 

ต่อมา Susan Spaulding หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มลูกแมวแห่งชาติ (องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ในเมืองเกนส์วิลล์ รัฐฟลอริด้า) ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะพามันกลับไปดูแล

แต่การรักษาและการเลี้ยงดู Gaia แมวน้อยตัวนี้ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างง่ายดาย เมื่อการทดสอบและการวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่ามันเป็นอะไร อาการป่วยของมันยังคงมีอยู่ รวมถึงความเฉื่อยช้าที่ไม่ทราบสาเหตุ

 

 

ถึงอย่างไรก็ต้องขอบคุณความสามารถที่ Susan มี เพราะคือคนที่คอยอบรมคนอื่นๆ ให้ดูแลแมวที่มีอาการเดียวกันกับเจ้า Gaia จึงทำให้เธอมีความคุ้นเคยและสามารถดูแลมันได้อย่างดี รวมถึงการสร้างภูมิคุ้มกันให้ด้วย

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นใน 1 สัปดาห์ต่อมา อาการของมันก็ยังไม่คงที่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย และมันก็ยังมีขนที่หลุดลอกออกไปตรงบริเวณใบหน้า ทำให้มันดูเหมือนกับ “เอเลี่ยน” ไปแล้ว

 

 

 

ขนที่หายไปไล่ตั้งแต่ใบหน้าลงมาเป็นแนวยาว

 

หลังจากนั้นขนของมันก็เริ่มร่วงออกมาตามจุดต่างๆ นอกเหนือจากใบหน้า อย่างไรก็ตามเจ้าเหมียวตัวน้อยก็พยายามแสดงให้เห็นว่า มันต้องการมีชีวิตอยู่ต่อมากเพียงใด ถึงขนาดสามารถเริ่มกินอาหารแข็งแทนอาหารอ่อนได้แล้ว

 

 

ลูกแมวตัวนี้พยายามก้าวผ่านชีวิตอันแสนทรมานนี้ไป จนในที่สุดเมื่อผ่านไปประมาณ 2 -3 สัปดาห์ มันก็เริ่มกลับมาเป็นแมวปกติแล้ว

 

และนี่ก็คือเจ้า Gaia ตาสีฟ้าใส และอุ้งมือขนาดใหญ่

 

แม้ว่าในตอนแรกชีวิตของมันจะต้องผ่านความยากลำบากมากมาย แต่สุดท้ายก็สามารถรอดชีวิตมาได้ ด้วยแรงกายแรงใจของทั้งทาสมนุษย์และตัวมันเอง เยี่ยมไปเลยเจ้าเหมียววว

ที่มา: lovemeow , thespruce

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...