ตั้งแต่ในสมัยก่อน โลกของเรานั้นมักจะมีเครื่องมือที่มีหน้าตาแปลกๆ ราวกับหลุดมาจากในหนังสยองขวัญปรากฏออกมาให้เห็นกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นหมวกนักรบที่ออกแบบมาเพื่อข่มขวัญศัตรูในสงคราม หรือเครื่องทรมานที่ออกแบบมาไม่ให้คนทำผิดหรือท้าทายอำนาจของผู้ปกครองเมือง

ถึงอย่างนั้นก็ตามในโลกใบนี้ก็ยังมีอุปกรณ์บางส่วนที่แม้จะไม่ได้ออกแบบมาเพื่อข่มขวัญศัตรู แต่ก็น่ากลัวได้อย่างไม่น่าเชื่ออยู่เหมือนกัน และหนึ่งในอุปกรณ์ที่กล่าวมานั้น ก็คือหน้ากากของ ผู้เผยแผ่ศาสนาแห่งศตวรรษที่ 17 นั่นเอง

 

 

โดยนี่คือหน้ากากที่ถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์ ซึ่งมีจุดเด่นที่รูปร่างอันน่าหวาดกลัว มีส่วนใบหน้าทำจากหนังสัตว์ และหนวดกับเส้นผมของที่ว่ากันว่าทำจากของมนุษย์จริงๆ

หน้ากากชิ้นนี้มีร่องรอยว่าในอดีตน่าจะมีการประดับด้วยขนนกมาก่อนและที่สำคัญคือมันเคยมีฟันปลอมติดอยู่ที่บริเวณปากด้วย!?

 

.

 

แต่แม้ว่าหน้ากากชิ้นนี้จะดูเป็นอะไรที่น่ากลัวมากก็ตาม วัตถุประสงค์ของมันกลับไม่ใช่การข่มขวัญศัตรูแต่อย่างไร กลับกันมันยังทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องปลอมตัวของ Alexander Peden ที่เขาใช้ในการออกเผยแผ่ศาสนาก็เท่านั้นด้วย

Alexander Peden เป็นชายที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปี 1626-1686 และมีชื่อเสียงในสกอตแลนด์ในฐานะหนึ่งในผู้นำของ “Covenanter” ชาวคริสเตียนในคณะเพรสไบทีเรียน ซึ่งในสมัยนั้นตั้งตนเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้าชาลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ ผู้ที่ปกครองสกอตแลนด์ในสมัยนั้น ภายใต้ความขัดแย้งด้านศาสนา

 

ภาพวาดที่เชื่อกันว่าเป็นใบหน้าจริงๆ ของ Alexander Peden

 

ตำแหน่งของเขานี้เองทำให้ Peden จำเป็นต้องอยู่แบบลับๆ ซ่อนๆ ดังนั้นเพื่อที่จะหลบซ่อนจากทหารของฝั่งกษัตริย์ที่ Peden จึงเลือกที่จะใส่หน้ากากนี้ทุกครั้งที่ตัวเองออกเผยแผ่ศาสนา และหาแนวรวมให้กับคณะเพรสไบทีเรียน

น่าเสียดายที่หน้ากากอย่างเดียวไม่สามารถปกป้องชายคนนี้ได้ตลอดไป เพราะสุดท้ายในปี 1670 เขาก็จำเป็นต้องหนีจากสกอตแลนด์ไปยังไอร์แลนด์เป็นเวลานาน แม้ว่าเจ้าตัวจะกลับมายังสกอตแลนด์อีกครั้งในปี 1673 ก็ตาม

หน้ากากอันนี้ถูกค้นพบอีกครั้งในปี 1840 ที่เมือง Cumnock ประเทศสกอตแลนด์ พร้อมๆ กับดาบประจำตัวที่ถูกส่งสืบทอดกันมาในฐานะมรดกประจำตระกูล

 

 

และแม้ว่า Peden จะต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิตก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ เขาก็ได้จากไปในฐานะผู้ที่ทำตามความเชื่อของตัวเองอย่างไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด

 

ที่มา vintag และ nms

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...