Nike Air Force 1 ทรงคลาสสิคยังไม่ตาย ครั้งนี้มาพร้อมกับลูกเล่นเปลี่ยนสีโลโก้ได้

บนโลกนี้มีรองเท้ามากมายหลายรูปแบบ ให้เราสามารถเลือกใส่ได้ในโอกาสต่างๆ มากมาย แต่สำหรับในวันปกติธรรมดาๆ แล้ว รองเท้าสนีกเกอร์ก็อาจจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของใครหลายคน เพราะว่านอกจากมันจะมีความสวยงามที่สามารถเพิ่มเสน่ห์ให้กับผู้สวมใส่แล้ว รองเท้าประเภทนี้ยังเหมาะกับกิจกรรมทั่วๆ ไปอีกด้วย

ดังนั้นเรื่องของรองเท้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ อีกต่อไป และมันก็ได้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในความคิดของคนจำนวนมาก ซึ่งบางคนก็คงมีรองเท้าคู่รักคู่เก่งที่ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องใส่ไปตลอด และแน่นอนว่าหากเราใส่มันไปทุกๆ วัน มันก็ต้องมีขาดมีพังกันบ้าง และนั่นจึงถึงเวลาของการถอยรองเท้าคู่ใหม่มาประดับบารมีเราแล้ว

 

เรียบๆ แต่โดน

 

โดยเรื่องที่ว่านี้คงจะเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทุกวันนี้มันมีแบรนด์รองเท้าเกิดขึ้นมากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว จนเราไม่รู้ว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดีกันแน่ แต่ก็มีแบรนด์หนึ่งที่ยังคงเป็นที่หนึ่งในใจของใครๆ หลายคน

เพราะด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังรวมทั้งการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้มีผู้คนจำนวนมากที่เทใจให้กับแบรนด์ Nike จนถึงขั้นที่ว่าออกอะไรมาก็ต้องซื้อไปซะหมดเลยทีเดียว

 

สวยชิมะล่ะ

 

และวันนี้สำหรับใครที่ถวิลหาความเรียบง่ายแต่ทรงเสน่ห์ นี่อาจจะเป็นรองเท้าที่คุณรอคอยมานาน เพราะว่าทาง Nike ได้นำรองเท้า Air Force 1 ในตำนานมาปรับปรุง ด้วยการเพิ่มลูกเล่นให้มันสามารถปรับสีได้แบบตามใจเราชอบเลย

โดยรองเท้าที่ออกมาใหม่นี้จะมีสีให้เราเลือกสองสีนั่นก็คือ สีขาวล้วนและดำล้วน ซึ่งเป็นสีสุดคลาสสิคแต่คงไว้ด้วยเสน่ห์อย่างมากมาย

 

เปลี่ยนสีซะสนุกสุดๆ ไปเลย

 

และสิ่งที่ทางผู้ผลิตนำมาเพิ่มลูกเล่นให้กับรองเท้ารุ่นนี้ก็คือ การทำให้โลโก้ประจำแบรนด์ (จริงๆ แล้วมันมีชื่อเรียกว่า ‘Swoosh’) สามารถเปลี่ยนสีได้มากมายทั้ง สีขาว สีดำ สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน และสีม่วง ตามอารมณ์ของผู้สวมใส่ในตอนนั้นนั่นเอง

สำหรับวิธีการเปลี่ยนสีของโลโก้นั้นก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายและใช้เวลาเพียงน้อยนิดเท่านั้น เพราะด้วยแถบสีที่พวกเขาได้เตรียมมานั้นเป็นลักษณะของเทปกาว Velcro หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘ตีนตุ๊กแก’ ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนความสวยงามนี้ได้อยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ

 

สีขาวก็ดูดีไปอีกแบบ

 

โดยรองเท้าหนังหุ้มข้อ Air Force 1 นี้มีกำหนดจะวางในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ส่วนราคาก็เบาๆ ตามสไตล์อยู่ที่ 110 ดอลลาร์สหรัฐ(ประมาณ 3,450 บาท) เท่านั้นเอง

 

ที่มา: designtaxi

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....