มีสาวๆ หลายคนที่พยายามจะควบคุมการกินอาหารให้ได้วันละ 1,000 แคลอรี ซึ่งมันอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญได้น้อยลงและเข้าสู่สภาวะ Safe Mode พอเราจะกินมาขึ้นอีกนิดเป็น 1,200-1,300 แคลอรี่ กลับอ้วนขึ้นฉับพลัน

แต่สาวๆ ไม่ต้องกลัวไป เพราะวันนี้#เหมียวฟิ้นมีสูตรการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายจากคุณเอม สาวสุขภาพดีเฮลท์ตี้บล็อกเกอร์ในโลกออนไลน์มาฝากกันล่ะ

 

1

 

ทั้งนี้เธอได้บอกเล่าสูตรการควบคุมน้ำหนัก ตนเองไม่ใช่คนอ้วนแต่ไหนแต่ไร แต่ก็ไม่ถึงกับหุ่นดีมาก โดยเธอมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 162-163 เซนติเมตร น้ำหนักอยู่ที่ 55-56 กิโลกรัม

จากรูปเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบัน เธอบอกว่าแต่ก่อนหนัก 55.2 กิโล แต่ปัจจุบันอยู่ที่ 50.4 กิโลแล้ว

 

2

 

คุณเอมเล่าว่าแต่ก่อนนั้นเธอเคยพยายามกินให้ได้วันละ 1,000 แคลลอรี่ “ช่วงแรกน้ำหนักมันก็ลดลงตามคาดเหมือนๆ กับทุกคน แต่ต่อมามันดันไม่ลง และพอกินแค่ 1200 แคล น้ำหนักดันขึ้น!”

 

ต่อมาคุณเอมได้พยายามที่จะเพิ่มการกินจากวันละ 1,000 แคลลอรี่เป็น 2,000 แคลอรี่ แต่หากรับเข้าไปโดยไม่มีการปรับเปลี่ยนเลยก็อาจเป็นการเพิ่มน้ำหนักเปล่าๆ เจ้าตัวจึงได้คาร์ดิโอตอนเช้าประมาณ 30-40 นาที วิ่งบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง และว่ายน้ำบ้าง ผลัดกันไป โดยมีคารางดังนี้

วันที่1 : bicep + tricep
วันที่2 : หลัง + หน้าท้อง
วันที่3 : อก + ไหล่
วันที่4 : ขา + หน้าท้อง
วันที่5 : พัก

 

9

 

มาดูในส่วนของการกินกันบ้าง คุณเอมบอกว่าเธอจะกินแต่เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมันเช่น ปลา กุ้ง หรืออกไก่ และไม่ค่อยกินข้าวขาว แต่กินพวกข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอรี่แทน แต่ยังไงแล้วเธอก็บอกว่าเธอจะกินพวกพืชผักอย่างมัน ฟักทอง เผือก และผลไม้มากกว่า

 

อีกทั้งพืชผักผลไม้ที่พูดมานั้นยัง มีค่าการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลที่ต่ำ (GI ต่ำ) เพราะใน 1 วันถ้าเรากินน้ำตาลมากเกินไป ร่างกายก็จะเก็บมันในรูปแบบของ “ไขมัน” ดังนั้นต่อให้เราบอกว่าเราไม่ได้กินไขมันเข้าไปเลย แต่แป้งหรือน้ำตาลที่เรากินเข้าไป หากร่างกายเผาผลาญไม่ทันก็กลายร่างเป็นไขมันอยู่ดี

 

ต่อไปนี้จะเป็นการยกตัวอย่างการกินและออกกำลังกายใน 1 วันของเธอนะ มีอะไรบ้างลองดูเลย

09:00 ตื่นมาพร้อมกินกล้วย 1-2 ลูก (100-200 แคล) เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย หลังจากนั้นซักครู่ก็ปั่นจักรยาน ไม่ก็ว่ายน้ำ 30-40 นาที

10:30 ปั่นจักรยาน (ของจริง ส่วนที่ปั่นออกกำลังกายเป็นแมชชีนซื้อมาปั่นที่หอค่ะ) ออกไปซื้อของกินที่ tops ซึ่งที่นิยมก็คือ ไข่ ปลา และอกไก่เป็นโปรตีนหลัก และซื้อผักแบบมหาศาลมากินด้วย

11:00 ทำกับข้าวกิน เมนูช่วงเช้ามักจะเป็นไข่ เอมจะกินไข่เยอะมาก แต่ไม่เน้นไข่แดง เช่นว่า กินเต็มใบ 2 ฟอง และกินไข่ขาวอย่างเดียวอีก 3-4 ฟอง แค่นี้ก็จะได้โปรตีนในมื้อนี้ไป 20-25 กรัม พร้อมทั้งกินคาร์บจากผลไม้หรือมัน รวมแคลมื้อแรกก็ซัก 300-350 แคล

14:00 กินข้าวอีกรอบ เน้นโปรตีนเหมือนเดิม รอบนี้จะปลา อกไก่ หรืออะไรได้หมด กินกับสลัดเยอะๆ พูนๆ จาน หรือทำยำผักกินเลยค่ะ อันนี้หนักหน่อย เพราะกลางวันเอมจะหิวมาก 350-400 แคล

17:00 กินข้าวอีกแล้ว!! 555 เน้นกินบ่อยค่ะ มื้อนี้จะเป็นมื้อก่อนเล่นเวท ก็จะกินคล้ายมื้อบ่ายสอง แต่จะเพิ่มคาร์บจากฟักทอง มันต้ม หรือถั่วต่างๆ ไปอีกค่ะ น่าจะ 350-400 แคลเหมือนกัน ลดเนื้อสัตว์ลงเล็กน้อย

18:30 เล่นเวทตามวันด้านบน

20:00 กินข้าวตามใจ มื้อนี้หนักสุด คือไม่เคยต่ำกว่า 700 แคล คือชอบกินผลไม้มากค่ะ จะเน้นมื้อนี้เลย เพราะหลังออกกำลังร่างกายจะรับน้ำตาลได้เยอะ อย่าลืมว่าในผลไม้ก็น้ำตาลไม่ใช่ย่อยๆนะคะ ต่อให้ค่า GI ต่ำแค่ไหนก็ตามที แค่ผลไม้ก็ปาเข้าไป 300 แคลได้ (เช่น แอปเปิ้ล 2 ลูก สาลี่อีกลูก อร่อยมาก!!) และก็ต้องเน้นโปรตีนหนักๆด้วย พร้อมกับผักด้วย มื้อนี้จะต้องหนักทุกอย่างค่ะ จะได้อิ่มไปตลอด ของโปรดสุดๆ ก็คือปลานึ่งหรือย่างทั้งตัวไม่มีเหลือ กระพง นิล ทับทิม เรียบค่ะ! หรือไม่ก็ซาซิมิไปเลย อันนี้อาจจะนานๆทีหน่อย กลัวกินแกลบปลายเดือน 55555

22:00 และถ้าหิวอีกก็เน้นเอาเวย์มาทำแพนเค้กกิน ช่วงมื้อดึกเอมไม่แนะนำคาร์บนะคะ ร่างกายจะไม่ใช้มันอาจสะสมได้เนอะ คือถ้ามีมื้อนี้ก็น่าจะเป็น 100 แคล

 

และนี่คือบางส่วนของอาหารที่เธอทานในแต่ละวันล่ะ จะเห็นได้ว่ามีบางมื้อที่เธอตามใจปากอยู่บ้าง แต่ด้วยการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ทำให้เธอควบคุมน้ำหนักไว้ได้ แถมไขมันก็ลดลงอีกต่างหาก

4

 

5

 

6

 

7

 

8

 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเผาผลาญของสาวๆ แต่ละคนอาจจะไม่เท่ากันนะ ยังไงลองปรับเปลี่ยนหรือหาจุดที่ลงตัวสำหรับแต่ละคนจะดีกว่านะจ๊ะ

 

หากใครสนใจการออกกำลังกายดีๆ หรือสูตรการกินอาหารยังไงให้ไม่อ้วนล่ะก็ ลองไปติดตามสาวเอมได้ที่ IG @aim.healthygirl หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ Female Fit เลยนะ เอ้าฮึบๆๆ

cooking-emo-(1)

ที่มา Female Fi , @aim.healthygirl

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

เหมียวฟิ้น ผู้ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจ ดูได้ไม่เลือกเวลา ไม่เลือกแนว ชอบอัพเดทตัวเองตลอดเวลา ติดโซเชียลเป็นที่สุด เข้านอนและตื่นมาพร้อมกับนิตยสารภาพยนตร์ที่วางไว้หัวเตียง ไม่ดุไม่กัดและขี้อ้อนเป็นที่สุด