ISIS (รัฐอิสลามอิรักและซีเรีย) คือกลุ่มนักรบหัวรุนแรงที่เคยก่อการร้ายมาเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นการก่อสงครามกับหลายๆ ประเทศทั่วโลก

พวกเขามีสมาชิกอยู่เป็นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “ครอบครัวชาวอังกฤษ” ครอบครัวหนึ่งที่ล่าสุดอ้างว่าพวกเธอเข้าร่วมกับกลุ่มดังกล่าวจาก “ความผิดพลาดที่ไม่ได้คาดคิด”

 

 

Safina Zaynab วัย 51 ปี และลูกสาวสองคน Shabina Aslam วัย 29 ปี กับ Alireza Sabar วัย 17 ปี พวกเธอคือครอบครัวจากเมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

ทั้งสามคนได้ออกเดินทางไปเที่ยววันหยุดกันที่ต่างประเทศในปี 2014 ซึ่งในตอนแรก Shabina ลูกสาวคนโตเข้าใจว่าพวกเธอจะได้ไปเที่ยวที่ประเทศตุรกี

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด พวกเธอก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมถึงกลายเป็นการมาเที่ยวที่ประเทศซีเรียซะแทน และมันก็กลายเป็นสิ่งที่พลิกชีวิตของพวกเธอไปเลย

 

Shabina และ Alireza

 

จากการรายงานในวันที่ 16 ก.พ. 2019 กล่าวว่าทั้งสามคนถูกจับกุมตัวเอาไว้โดย กองกำลังประชาธิปไตยของซีเรีย (SDF) หลังจากที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักรบหัวรุนแรงดังกล่าว

นั่นจึงเป็นโอกาสที่ทำให้นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์ Channel 4 ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อขอสัมภาษณ์พวกเธอเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Safina ผู้เป็นแม่ให้สัมภาษณ์ว่า “พวกเราคิดถึงชีวิตก่อนหน้านี้ คิดถึงอิสรภาพที่ไม่ต้องตกอยู่ในความกลัว เราอยากกลับอังกฤษ กลับไปหาครอบครัว ฉันอยากให้ลูกๆ ได้มีชีวิตปกติ”

 

 

พวกเธอยืนยันว่ามันเป็นความผิดพลาดและความบังเอิญที่ทำให้ทั้งสามได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่ม ISIS นอกจากนั้นทั้ง Shabina และ Alireza ก็ถูกบังคับให้ต้องแต่งงานระหว่างอาศัยอยู่ภายในรัฐนั้น และมีลูกกันทั้งคู่

Shabina ให้สัมภาษณ์ว่า “คุณไม่สามารถเชื่อใจใครได้ เราพยายามขอร้องกับชาวซีเรียและอิรักให้ปล่อยเราไป แต่กลับไม่มีใครช่วยเราเลยแม้แต่คนเดียว วัฒนธรรมมันต่างออกไปหมด”

“ชาวอาหรับไม่เคยช่วยเหลือผู้หญิง เขาแค่พยายามผลักไสให้ผู้หญิงได้แต่งงานเท่านั้นเอง”

 

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก Sabar Aslam สามีของ Safina ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษอีกด้วย

Sabar นั้นแยกกันอยู่กับภรรยามาตั้งแต่ปี 2014 ซึ่งเขามองว่าพวกเธอเป็นทั้งสามคนเป็นคนที่อ่อนแอ อ่อนโยนเอามากๆ ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่จะเข้าร่วมกับ ISIS ได้

อีกทั้งเขายังคิดมาตลอดว่าพวกเธอไปเที่ยวกันที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ไม่ใช่ซีเรีย

 

 

หลังจากนี้ก็คงต้องรอดูต่อไปว่าทางการซีเรียจะดำเนินการอย่างไรกับพวกเธอ อาจจะเป็นการปล่อยตัวส่งกลับมาที่ประเทศบ้านเกิด หรือไม่พวกเธอก็อาจต้องถูกคุมขังต่อไปเป็นเวลานาน

 

ที่มา: dailymail , mogaznews

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...