ชาวอะบอริจินเป็นกลุ่มคนผิวสีซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในออสเตรเลีย มีวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเผ่าหนึ่งของโลก และเชื่อกันว่าพวกเขาอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ทวีปออสเตรเลียหลายพันปีก่อนคนขาวอีก

แต่รู้หรือไม่ว่าเรื่องราวของชาวอะบอริจินมีมาก่อนหน้านั้นนานกว่าที่คิด

 

 

เพราะจากหลักฐานการทดสอบทางพันธุกรรม ชาวอะบอริจินนั้น มีร่องรอยทางพันธุกรรมสามารถย้อนรอยกลับไปได้ถึง 75,000 ปีก่อน ซึ่งเก่าแก่กว่ากลุ่มบรรพบุรุษอื่นๆ ของมนุษย์ที่สามารถย้อนรอยกลับไปได้เพียง 42,000 ปีเท่านั้น

นั่นทำให้ในปัจจุบันชาวอะบอริจินถือว่าเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

โดยนี่เป็นผลการทดลองจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ได้จากการเก็บตัวอย่าง DNA จากน้ำลายของชาวอะบอริจิน 83 คน กับ DNA ของชนพื้นเมืองที่ปาปัวนิวกินี 25 คน

 

 

การค้นพบในครั้งนี้นำมาซึ่งแนวคิดที่ว่า สายพันธุกรรมของชาวอะบอริจิน น่าจะแยกออกมาจากกลุ่มชาวยูเรเชียที่อพยพออกมาจากทวีปแอฟริกาเมื่อราวๆ 57,000 ปีก่อนอีกที

ดูเหมือนว่าชาวอะบอริจินจะเดินทางไปยังออสเตรเลียหลังจากนั้น และมาสร้างอารยธรรมที่ทวีปออสเตรเลีย ในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าเดิมทีแล้วชาวอะบอริจินกับชนพื้นเมืองที่ปาปัวนิวกินีจะเคยมีเชื้อสายเดียวกันมาก่อนอีกด้วย และเพิ่งจะถูกแยกสายพันธุกรรมกันเมื่อราวๆ 37,000 ปีก่อนนี้เอง

 

 

โดยเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์คาดว่ามาจากการที่เดิมทีแล้วออสเตรเลียกับปาปัวนิวกินีน่าจะเคยเป็นแผ่นดินเดียวกัน ก่อนที่จะถูกแยกออกจากกันจากสายน้ำ ทำให้ชนพื้นเมืองที่อยู่ที่นี่ถูกแยกออกเป็นสองกลุ่มในภายหลัง

แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน การที่ชาวอะบอริจินถูกจัดเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกก็นับเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากอยู่ดี เพราะนี่หมายความว่าอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดยังมีชีวิตอยู่แม้ในปัจจุบันนั่นเอง

 

ที่มา historycnnallthatsinteresting

Advertisement

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...