ชายคนหนึ่งแอบย่องเข้าไปในบ้านที่ถูกทิ้งร้างนานกว่า 30 ปี แล้วเขาก็พบกับความลับอันล้ำค่า!!

ความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์นั้นมีไม่สิ้นสุดจริงๆ อย่างเช่นความขี้สงสัยในตัวบ้านร้างหลังนี้ที่ถูกทิ้งไว้ ไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครแตะต้องมายาวนานกว่า 30 ปีแล้ว ภายในนั้นอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ก็เป็นได้ ชายผู้นี้ก็เลยอยากจะลองเข้าไปสำรวจดูว่าที่บ้านหลังนี้มีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งหลังจากที่เขาแอบย่องหลบสายตาเพื่อนมาเข้ามาในตัวบ้านหลังนี้ได้สำเร็จ ภารกิจการสำรวจก็เริ่มต้นขึ้นทันที

 

บ้านหลังนี้ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว ภายในเต็มไปด้วยของโบราณต่างๆ มากมาย แต่มีอะไรที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่

03325

 

สิ่งของต่างๆ ในบ้านหลังนี้อยู่ในสภาพที่เละเทะมากๆ

04317

 

แต่แล้วเขาก็ได้พบกับภาพถ่ายของครอบครัวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้

05308

 

นอกจากนั้นเขาก็พบกับข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อยู่ในสภาพดั้งเดิมตั้งแต่อดีต

06297

 

และแล้วเขาก็ได้พบกับความจริงของบ้านหลังนี้ นั่นก็คือหนึ่งในสมาชิกครอบครัวต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งร้าย มีเตียงโรงพยาบาลอยู่ในห้องรับประทานอาหารด้วย และที่สำคัญเขาก็ได้เสียชีวิตอยู่ที่นี่

07289

 

ขวดยาต่างๆ ที่ติดฉลากแบบโบราณ

08271

 

คู่มือการทำอาหารมาเป็นกระดาษแผ่นใหญ่ๆ

09248

 

ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากยุคสมัยนั้น ยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน

10277

 

และแล้วเขาก็กลับออกมาจากบ้านหลังนั้น โดยที่ทิ้งทุกอย่างไว้ในบ้านอยู่ในสภาพคงเดิม พร้อมกับตามหาบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในบ้านหลังนี้ แต่แล้วเขาก็ต้องทึ่ง เมื่อลูกสาวของบ้านหลังนี้ติดต่อกลับมา โดยที่มีอาการไม่พอใจอย่างยิ่งที่ว่า ทำไมเขาต้องแอบย่องเข้าไปในบ้านคนอื่นแบบนี้ เพื่อที่จะถ่ายรูปเนี่ยนะ? มันชักจะแปลกไปกันใหญ่แล้ว

 

11233

 

เขาก็เลยอธิบายว่า พวกเขาเพียงแค่เข้าไปสำรวจก็เท่านั้น ไม่ได้แตะต้องอะไรเลย และก็ทิ้งทุกอย่างไว้เป็นเบื้องหลัง จากนั้นเธอก็เริ่มใจเย็นลง จนในที่สุดพวกเขาก็นัดเจอกันที่บ้านร้างแห่งนี้อีกครั้ง

พวกเขาก็พบกัน ณ บ้านร้างแห่งนี้ ลูกสาวของบ้านก็ได้เดินนำพาเข้าไปในบ้าน แนะนำชื่อของแต่ละบุคคลที่อยู่ในรูปถ่าย และได้เล่าเรื่องราวอันน่าโศกเศร้าที่ทำให้บ้านกลายมาเป็นสภาพแบบนี้ ที่ไม่สามารถเปิดเผยสู่สาธารณะได้

 

abandon-house

 

ใครจะไปคิดล่ะว่าการแอบย่องเข้าบ้านร้างจะได้พบกับเรื่องราวแบบนี้ด้วย แถมยังได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ไปในตัวด้วยนะเนี่ย ถ้าเจ้าของบ้านไม่โมโหซะก่อนนะ

ที่มา : thelisticles

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง...

SHARE
จิ้วๆๆๆๆๆๆ

ยังมีเรื่องเด็ดอีกเพียบ.....